ตอนที่ 6 ค่าเช่าคือเหงื่อ
กลิ่นแรกที่กลับมาคือกลิ่นน้ำมันมวย
ฉุน เผ็ด ร้อนจนแสบจมูก กลิ่นเดียวกับที่ติดเสื้ออ้ายผาทุกครั้งที่กลับจากซ้อม
กล้าลืมตา
เพดานสังกะสีมีรูหลายรู แสงแดดลอดลงมาเป็นเส้น ๆ มีจิ้งจกสองตัวไล่กันอยู่บนคาน เขานอนอยู่บนเตียงผ้าใบพับได้ ทั้งตัวพันผ้าพันแผลยืดอย่างลวก ๆ เข่าขวาบวมเป่งเท่าลูกมะพร้าว
"ฟื้นแล้วครับท่านผู้ชม"
ครูเหน่งนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลาสติกข้างเตียง ถือถ้วยข้าวต้ม
"นอนไปสองวันเต็ม ไอ้ไข่แบกเอ็งมาถึงนี่บนหลัง ร้องไห้ตลอดทาง น้ำมูกไหลเปียกหลังเอ็งหมด"
"ผมไม่ได้ร้อง!" เสียงไข่ต้มตะโกนมาจากหน้าค่าย
"ร้อง" ครูเหน่งพูดเรียบ ๆ แล้ววางถ้วยข้าวต้มลงบนอกกล้า "กิน"
กล้าพยายามลุก ซี่โครงร้องประท้วงจนต้องนอนลงใหม่
"เด็กคนนั้น..."
"ไม่เป็นไร แม่มันเอาพวงมาลัยมาไหว้เอ็งทุกเช้า วางไว้ตรงนั้น" ครูเหน่งพยักพเยิดไปที่หัวเตียง มีพวงมาลัยมะลิสองพวงวางเรียงกัน พวงหนึ่งเริ่มเหี่ยว อีกพวงยังสด "ทั้งซอยเรียกเอ็งว่าพี่ผ้าถุงแล้ว"
กล้าหลับตา
เขาไม่ได้อายชื่อนั้น
เขานึกถึงชายร่างสูงที่พยักหน้าให้เขาก่อนหันหลังไป
"เขาไปแล้ว" กล้าพูด "ขุนเข่าเหล็ก"
"กูรู้" ครูเหน่งตอบ "ตอนเอ็งนอน กูมองหาเขาทุกชั่วโมง ไม่เห็นอีกเลย"
เงียบไปพักหนึ่ง
"ผมผิดสัญญา"
"เอ็งผิดสัญญาเพื่อช่วยเด็กสี่ขวบ" ครูเหน่งพูด เสียงเบาลง "ถ้ากูเป็นครู กูก็คงพยักหน้าให้เอ็งเหมือนกัน"
กล้าลืมตามอง แต่ชายแก่หันหน้าไปทางอื่นแล้ว มองไปที่เวทีที่เชือกขาดหนึ่งเส้น มือข้างหนึ่งลูบข้อมือตัวเองช้า ๆ ตรงที่มีรอยแผลเป็นเก่ายาวเป็นเส้น
* * *
เช้าวันที่สาม กล้าเดินได้
เช้าวันที่สี่ เขาลุกได้โดยไม่ต้องเกาะผนัง
เช้าวันที่ห้า เขาไปยืนหน้าเปลญวน ยังเดินกะเผลก
"สอนผมครับ"
ครูเหน่งไม่ลืมตา "กูไม่รับลูกศิษย์มาสิบปีแล้ว"
"เด็กสองคนนั่นล่ะครับ"
"นั่นหลานเจ้าของร้านซ่อมรถ มันมาเตะกระสอบเล่น ไม่ใช่ลูกศิษย์"
"ผมไม่มีเงิน แต่ผมทำงานได้"
ตาข้างหนึ่งของชายแก่แง้มขึ้นมา
"งานอะไร"
"ทุกอย่างครับ ผมเลี้ยงควายมาสิบปี ตักขี้ควาย ไถนา ดำนา เกี่ยวข้าว ผมทำได้หมด"
ครูเหน่งหัวเราะออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่กล้าเจอ หัวเราะจนไอ
"ที่นี่ไม่มีควายให้ตักขี้" เขาพูด แล้วชี้นิ้วไปรอบ ๆ ค่าย "แต่มีพื้นที่ไม่มีใครถูมาห้าปี มีกระสอบที่ต้องปะ มีผ้าพันมือเหม็นสาบสามสิบคู่ มีห้องน้ำที่ไอ้ไข่ทำส้วมตันเมื่อเดือนก่อน"
"ผมไม่ได้ทำ!"
"มึงทำ" ครูเหน่งตะโกนกลับไป แล้วหันมามองกล้า "ค่าเช่าที่นี่คือเหงื่อ เอ็งทำงานครึ่งวัน กูสอนครึ่งวัน แต่กูบอกไว้ก่อน กูไม่ได้สอนเรียกครู กูไม่มีครูให้เอ็งเรียก กูสอนได้แค่มวย มวยเปล่า ๆ ไม่มีผี"
"ครับ"
"ไม่ผิดหวังเหรอ"
กล้าคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"อ้ายผาชนะสิบสองไฟต์ติดโดยไม่มีครูลง ไข่ต้มบอก"
ครูเหน่งนิ่งไป
"เออ" เขาพูดในที่สุด "ไอ้ผามันชนะได้ เพราะกูสอนมันมาแบบนี้"
* * *
บทเรียนแรกไม่ใช่การต่อย
"ยืน" ครูเหน่งสั่ง
กล้ายืน
"ไม่ใช่ยืนแบบนั้น ยืนแบบนักมวย"
กล้าตั้งท่า ยกการ์ด ย่อเข่า
"ยืนไปจนกว่ากูจะบอกให้หยุด"
แล้วชายแก่ก็กลับไปนอนในเปล
ชั่วโมงแรก กล้ารู้สึกดี
ชั่วโมงที่สอง ขาสั่น
ชั่วโมงที่สาม เหงื่อไหลลงตาจนแสบ แต่ห้ามยกมือเช็ด เพราะทุกครั้งที่การ์ดตก รองเท้าแตะของครูเหน่งจะลอยมาจากเปลญวน โดนหัวเขาแม่นยำทุกครั้ง ทั้งที่ชายแก่ไม่ได้ลืมตา
"ครูรู้ได้ไงว่าผมลดการ์ด" กล้าถามระหว่างหอบ
"เสียงลมหายใจเอ็งเปลี่ยน" เสียงตอบลอยมาจากเปล "คนลดการ์ดจะหายใจออกยาวกว่าปกติครึ่งจังหวะ เพราะไหล่มันคลาย ไหล่คลาย ปอดก็คลาย"
กล้านิ่งไป
มันเหมือนกับที่เขาดูไอ้ทุย
ไอ้ทุยจะหายใจแรงขึ้นนิดหนึ่งก่อนมันจะตัดสินใจเดินออกจากร่มไม้ไปหาหญ้าอีกฝั่งทุ่ง ไม่มีใครในหมู่บ้านสังเกตเห็น มีแต่เขา
"ครับ" เขาพูด และยกการ์ดขึ้นสูงอีกนิด
* * *
วันต่อมาเป็นบทเรียนการเดิน เดินหน้า เดินถอย เดินข้าง เดินวนรอบเวทีห้าร้อยรอบโดยห้ามให้ส้นเท้าแตะพื้น
วันต่อมาเป็นหมัดตรง หมัดเดียว ซ้ายอย่างเดียวพันครั้ง ขวาอย่างเดียวพันครั้ง
ทุกวัน ครูเหน่งพากย์ตลอดเวลาจากเปลญวน
"และหมัดที่สามร้อยสิบเจ็ดครับท่านผู้ชม ช้ากว่าหมัดที่สามร้อยสิบหกไปหนึ่งเศษสี่ส่วนวินาที ไอ้หนุ่มจากบุรีรัมย์เริ่มเหนื่อยแล้วครับ ทางบ้านอย่าเพิ่งเปลี่ยนช่อง"
ไข่ต้มถ่ายคลิปทุกวัน แต่ไม่ได้ลง เขาบอกว่าเก็บไว้ทำสารคดี
เด็กสองคนหลานร้านซ่อมรถ เลิกเตะกระสอบแล้วมานั่งดูแทน
"พี่ผ้าถุงต่อยช้ากว่าพี่ผาอีก" คนหนึ่งพูด
"พี่ผาต่อยไวมาก" อีกคนเสริม "ไวจนเห็นแต่เงา"
"เงียบไปเลยไอ้พวกขี้มูก" ครูเหน่งตะโกน "ไอ้ผาตอนมาใหม่ ๆ มันช้ากว่านี้อีก ช้ากว่าเต่าในคลอง"
กล้ายิ้มทั้งที่เหงื่อเต็มหน้า
ตอนเย็นวันที่เจ็ด เขาถูพื้นค่ายจนเสร็จ ครั้งแรกในรอบห้าปีที่พื้นปูนกลับมาเป็นสีเทา ไม่ใช่สีดำ
ครูเหน่งเดินมายืนดู พยักหน้าช้า ๆ
"ไม่เลว" เขาพูด "พรุ่งนี้เริ่มเตะ"
กล้าเพิ่งจะอ้าปากรับคำ เสียงเครื่องยนต์รถกระบะก็ดังขึ้นหน้าค่าย
รถกระบะสีดำติดฟิล์มทึบสองคัน จอดขวางทางเข้าค่ายทั้งสองฝั่ง
ผู้ชายสี่คนลงมาจากรถ ทุกคนใส่เสื้อเชิ้ตลายดอกเหมือนนัดกันมา คนนำหน้าคือชายผมเกรียนคนเดิม คนที่ยื่นซองสองหมื่นให้เขาเมื่อคืนนั้น
เด็กสองคนวิ่งหนีเข้าร้านซ่อมรถทันที
ไข่ต้มก้าวไปยืนข้างกล้าเงียบ ๆ ทั้งที่ขาสั่น
ครูเหน่งไม่ขยับ ไม่พูด แค่ยืนอยู่ตรงนั้น
"ไม่ต้องตกใจครับครู" ชายผมเกรียนยิ้มกว้าง "ผมมาเรื่องงาน ไม่ได้มาเรื่องอื่น"
เขาหยิบแฟ้มสีดำจากใต้แขน เปิดหน้าหนึ่ง แล้วยื่นให้กล้าดู
สัญญาฉบับเดิม ลายเซ็นของอ้ายผาอยู่ท้ายหน้า
"ข้อเจ็ด" ชายผมเกรียนเอานิ้วจิ้มบนกระดาษ "นักมวยต้องชกครบห้าไฟต์ภายในหกเดือน พี่ภูผาชกไปแล้วหนึ่งไฟต์ก่อนขาหัก น้องชกแทนไปแล้วหนึ่งไฟต์ เหลืออีกสาม"
กล้ารู้สึกเหมือนพื้นที่เพิ่งถูเสร็จหมาด ๆ กำลังเอียง
"ไฟต์ต่อไปคืนวันเสาร์หน้า" ชายผมเกรียนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหมือนแจ้งตารางรถเมล์ "อีกเจ็ดวัน"
เขาปิดแฟ้ม
"ถ้าไม่มา หนี้หกแสน ถ้ามาแล้วแพ้ หนี้เท่าเดิม แต่ไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านไปพร้อมขากี่ข้าง"
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นสิ!