ตอนที่ 2 สี่สิบวินาที
ใครพูด
กล้าคิดคำถามนั้นในหัว แต่ปากไม่ขยับ
"เงียบ ลุกขึ้น"
ร่างของเขาลุกขึ้นเอง
ไม่ใช่เขาสั่ง ขาไม่ได้รอให้เขาคิด มันลุกเหมือนมีคนจับเชือกที่ผูกไว้กับกระดูกสันหลังแล้วดึงขึ้นเบา ๆ
เสียงทุกอย่างกลับมาพร้อมกันในทีเดียว เสียงปี่ เสียงโห่ เสียงรถบนทางด่วน มันดังจนหูอื้อ แต่แปลกที่มันไม่ทำให้เขาตกใจเลย
มันชัด
ชัดเกินไป
กล้าได้ยินเสียงเสือดำหายใจจากอีกฝั่งเวที ได้ยินเสียงเหงื่อหยดจากคางชายแก่พี่เลี้ยงลงพื้นปูน ได้ยินเสียงเหรียญสิบบาทที่ใครบางคนทำหล่นแถวหลัง
"ไอ้ตัวลายข้างหน้านั่น ครูของมันเป็นเสือ" เสียงในหัวพูด "เสือหนุ่ม ยังไม่ทันได้เป็นครูดีด้วยซ้ำ"
ท่านเป็นใคร
"ภายหลัง"
ระฆังดัง
* * *
เสือดำพุ่งเข้ามาก่อน
เร็ว เร็วกว่าที่คนตัวใหญ่ขนาดนั้นควรจะเร็ว เท้าซ้ายของเขาแตะพื้นแล้วเตะขวาตวัดเข้าหาซี่โครง เสียงลมตัดดังวืด
กล้ารู้ว่าถ้าลูกนี้เข้า ซี่โครงหักแน่
แต่ร่างของเขาไม่ได้หลบ
มันก้าวเข้าหา
ครึ่งก้าว แค่ครึ่งก้าว เข้าไปใกล้จนหน้าแข้งของเสือดำไม่มีระยะพอจะได้แรง แข้งกระแทกเข้าที่ข้อศอกซ้ายที่ยกขึ้นรับไว้แล้ว เสียงกระดูกชนกระดูกดังทึบ
กล้ารู้สึกเจ็บ แต่ความเจ็บอยู่ไกล เหมือนเป็นของคนอื่น
"เสือชอบกระโจน" เสียงนั้นพูดเรียบ ๆ ราวกับกำลังสอนเด็กหว่านข้าว "กระโจนแล้วต้องลง ตอนลง ขามันอยู่กับพื้นข้างเดียว"
เสือดำถอยออกไปตั้งหลัก สีหน้าบอกว่าไม่เชื่อว่าเด็กหน้าละอ่อนรับลูกนั้นได้
คนดูเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็ตะโกนดังกว่าเดิม
"ฟลุก!"
"เตะซ้ำ! เตะให้ขาด!"
เสือดำตั้งการ์ดใหม่ ตะกรุดที่คอเรืองส้มเข้มขึ้น เขาคำรามต่ำ ๆ ในคอ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงคนแล้ว
เขาพุ่งอีกครั้ง คราวนี้หมัดซ้ายนำ หมัดขวาตาม แล้วยกเข่าโดดขึ้นสูงเหมือนเสือตะครุบเหยื่อ
กล้าเห็นทุกอย่างช้าลง
ไม่ใช่ช้าแบบหนัง แต่ช้าแบบที่เขาเห็นมาทั้งชีวิตในทุ่งนา เหมือนตอนที่ไอ้ทุยจะเหวี่ยงหัว มันจะเกร็งคอก่อนเสมอ ครึ่งวินาทีก่อนมันขยับ เขารู้ก่อนเสมอ
เสือดำก็เหมือนกัน
ไหล่ขวายกก่อนเข่าครึ่งจังหวะ
"เห็นแล้วใช่ไหม" เสียงในหัวพูด และครั้งนี้ฟังเหมือนแปลกใจนิด ๆ "ตาเอ็งดีกว่าที่ข้าคิด"
เข่าของเสือดำลอยขึ้นมาถึงระดับคาง
ร่างกล้าย่อต่ำลงไปใต้มัน ต่ำจนเกือบนั่งยอง หมุนตัวครึ่งรอบ แล้วเข่าของเขาเองก็พุ่งขึ้นจากพื้นเหมือนเสาเข็มที่ถูกตอกกลับด้าน
เข่าเข้าเต็มลิ้นปี่ของเสือดำที่ยังลอยอยู่กลางอากาศ
เสียงลมออกจากปอดดังเหมือนยางแตก
เสือดำตกลงพื้น ยังไม่ทันได้วางเท้าดี ศอกขวาของกล้าก็ฟาดลงมาจากบนลงล่างเหมือนสับฟืน เฉียดหน้าผากไปโดนหัวคิ้ว
เลือดพุ่ง
ศอกซ้ายตามมาแทบไม่เว้นจังหวะ
แล้วเข่าอีกครั้ง
เสือดำทรุดลงบนเข่าตัวเอง ตะกรุดสามดอกที่คอแสงดับวูบเหมือนไฟตก
คนทั้งลานเงียบ
กรรมการเพิ่งนับถึงสาม ก็หยุดนับ เพราะเสือดำหงายหลังลงไปนอนแผ่ ตาเหลือก
กรรมการโบกมือไขว้เหนือหัว
"จบ!"
ใครบางคนแถวหน้ายกมือถือขึ้นดูนาฬิกา
"สี่สิบวิ..." เขาพูดเสียงสั่น "สี่สิบวิว่ะ"
* * *
เสียงในลานระเบิดออกมาพร้อมกัน ครึ่งหนึ่งด่า ครึ่งหนึ่งเชียร์ ตั๋วพนันปลิวว่อนเหมือนใบไม้ร่วง
กล้ายืนอยู่กลางเวที หอบหายใจ
เขาไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรไป
เขารู้แค่ว่าเข่าขวาเจ็บ ศอกซ้ายบวม และในปากมีรสเหล็ก
"ข้าต้องไปแล้ว" เสียงนั้นพูด ฟังเหนื่อย "ร่างเอ็งยังรับข้าได้ไม่นาน"
เดี๋ยวก่อน ท่านเป็นใคร ทำไมมาหาผม
เงียบไปนานจนกล้านึกว่าเสียงหายไปแล้ว
"เขาเรียกข้าว่าขุนเข่าเหล็ก" เสียงนั้นตอบในที่สุด "เคยเป็นทหารของกรุงเก่า ตายตอนกรุงแตก ตั้งแต่นั้นข้าก็เป็นครู ลงร่างลูกศิษย์ในสายมาหลายรุ่น จนสายของข้าขาด"
แล้วทำไมมาหาผม ผมไม่ได้อยู่สายไหน
"ข้าก็ไม่รู้" เสียงนั้นตอบ ห้วนกว่าเดิม และกล้ารู้สึกได้ ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกได้ ว่าครูกำลังโกหก "ฟังให้ดี ครูทุกองค์ที่ลงร่าง ต้องทิ้งข้อห้ามไว้ให้ร่างนั้นถือ ไม่ใช่เพราะข้าอยากทิ้ง มันเป็นกฎของฟ้า"
ข้อห้ามอะไร
"ห้ามเอ็งลอดใต้ราวตากผ้า"
กล้าเกือบหลุดหัวเราะออกมากลางเวที
แค่นั้น?
"แค่นั้น" เสียงนั้นตอบ "แต่ถ้าเอ็งลอดเมื่อไหร่ ข้าออกจากร่างเอ็งไปตลอดกาล และสิ่งที่ข้าให้ จะกลับมาทวงเป็นสองเท่า"
ทวงยังไง
ไม่มีคำตอบแล้ว
ความหนักที่อยู่ในหลังคอหายไปในชั่วอึดใจ ทั้งร่างของกล้าเหมือนถูกถอดเสื้อเกราะออก ขาอ่อนทันที เขาทรุดลงคุกเข่า มือยันเชือกเวทีไว้
ความเจ็บที่อยู่ไกล ๆ เมื่อครู่ วิ่งกลับมาที่ร่างพร้อมกันทีเดียว
เข่า ศอก ซี่โครง หลัง
กล้ากัดฟันจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน
ชายแก่พี่เลี้ยงมุดเชือกเข้ามา ยัดผ้าขนหนูใส่มือเขา
"มึงเป็นลูกศิษย์ใคร"
"อ้ายผา"
"ไม่ใช่!" ชายแก่เสียงสั่น "กูดูมวยมาสี่สิบปี เมื่อกี้ไม่ใช่มวยของไอ้ผา ไม่ใช่มวยของใครในยุคนี้ทั้งนั้น ท่าศอกสับแบบนั้นกูเห็นแค่ในตำรากรมศิลป์"
กล้าเงยหน้ามอง แต่ชายแก่ไม่ได้มองเขาแล้ว ชายแก่กำลังมองขึ้นไปข้างบน
กล้ามองตาม
ห้องกระจกดำบนคานปูน
กระจกบานหนึ่งเลื่อนเปิดออก ชายวัยสี่สิบกว่าในเสื้อเชิ้ตสีครีมยืนพิงราวอยู่ มือข้างหนึ่งถือแก้ววิสกี้ อีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกง หน้าตาธรรมดา ยิ้มแบบคนใจดี ถ้าเดินสวนกันในห้างคงไม่มีใครหันมองซ้ำ
แต่ทุกคนในลานที่เห็นเขา ต่างหลบสายตากันหมด
ชายคนนั้นมองกล้าอยู่นาน แล้วหันไปพูดกับลูกน้องที่ยืนข้างหลังด้วยเสียงเบา ๆ
เบาจนไม่ควรจะมีใครได้ยินท่ามกลางเสียงคนเป็นร้อย
แต่หูของกล้ายังชัดอยู่ ชัดเหมือนตอนครูยังอยู่ในร่าง
"เด็กไม่มีสาย แต่ครูลง"
ชายคนนั้นจิบวิสกี้
"ซื้อมันมา"
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นสิ!