ตอนที่ 11 ครูเด็ก
"ตาข้าบ้าง! ตาข้าบ้าง! ตาข้า!"
เสียงเด็กดังลั่นในหัวกล้าเหมือนมีคนเปิดลำโพงไว้ข้างหู
แล้วขาซ้ายของเขาก็ยกขึ้นเอง
ไม่ใช่ยกเตะ มันยกขึ้นแล้วกระโดดขาเดียว หนึ่ง สอง สาม รอบเวที เหมือนเด็กเล่นตั้งเต
เสียงปี่ของครูเหน่งสะดุดกึก
ไข่ต้มอ้าปากค้าง
เดี๋ยว! หยุด! กล้าตะโกนในใจ
"ไม่หยุด! สนุก! ข้าไม่ได้กระโดดมาตั้งร้อยปี!"
ร่างของกล้ากระโดดขาเดียวไปถึงมุมเวที แล้วหมุนตัวสามรอบเหมือนลูกข่าง แล้วทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกลางเวที ยกมือสองข้างขึ้นทำท่าแมวล้างหน้า
ไข่ต้มหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังจนต้องเอามือปิดปาก
ครูเหน่งวางปี่ลงช้า ๆ สีหน้าเหมือนคนเห็นผีจริงเป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งก็อาจจะใช่
"ครับท่านผู้ชม" ชายแก่พูดเสียงแห้ง "นี่ไม่ใช่มวยครับ นี่คือลิเก"
* * *
ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าเสียงในหัวจะยอมสงบ
กล้านั่งหอบอยู่บนเวที เหงื่อเต็มตัว ไม่ใช่เพราะเหนื่อย แต่เพราะอาย
ท่านเป็นใครครับ
"ข้าชื่อไอ้หนูแดง" เสียงนั้นตอบอย่างภูมิใจ "แม่ข้าตั้งให้ เพราะข้าเกิดมาตัวแดงเหมือนลูกหนู"
ท่าน...เป็นครูมวยเหรอครับ
"ข้าเป็นครูมวยที่เก่งที่สุดในหมู่บ้าน!"
หมู่บ้านไหนครับ
เงียบไปครู่หนึ่ง
"ข้าจำไม่ได้แล้ว" เสียงนั้นเบาลง "มันนานมากแล้ว ข้าจำได้แต่ว่าข้าชกชนะเด็กทุกคนในงานวัด แล้วก็จำได้ว่าข้าตกน้ำ แล้วก็...ไม่จำ"
กล้านิ่งไป
เด็กที่ตายตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ได้ไปไหน เพราะยังห่วงวิชาที่ตัวเองรัก แม้จะเป็นแค่วิชามวยเด็กในงานวัด
ครูเหน่งที่นั่งฟังกล้าเล่าทุกอย่างพึมพำว่า "กุมารมวย" แล้วอธิบายว่าในสมุดข่อยของครูเขาเคยเขียนไว้ เด็กที่ตายก่อนวัยแล้วมีใจรักมวย บางครั้งจะกลายเป็นครูน้อย ไม่มีสายของตัวเอง ไม่มีใครครอบครู มักจะอยู่ตามวัดเก่า ๆ ไม่ค่อยลงร่างใคร เพราะไม่มีใครเชิญ
"แต่มันลงเอ็ง" ครูเหน่งพูด "เหมือนขุนเข่าเหล็ก"
กล้าพยักหน้า
"ครูจรอีกแล้ว"
"ข้าไม่ได้จร!" ไอ้หนูแดงประท้วงในหัว "ข้ามาเพราะข้าอยากมา! พี่ปี่เป่าเพราะ พี่รำก็สวย ข้าก็เลยมา!"
"เขาบอกว่าเขามาเพราะครูเป่าปี่เพราะครับ" กล้าแปลให้ฟัง
ครูเหน่งเงียบไปพักหนึ่ง แล้วยกมือปาดตาด้วยหลังมือ ทำเหมือนเหงื่อเข้าตา
"เด็กมันพูดเพ้อเจ้อ" เขาพูด
* * *
ท่านทิ้งข้อห้ามอะไรไว้ให้ผมครับ
กล้าถามคำถามนี้ตอนนอนอยู่บนเตียงผ้าใบ ตีหนึ่งกว่า ไอ้หนูแดงยังตื่นอยู่ในหัวเขา ฮัมเพลงที่ไม่มีเนื้อ ไม่มีทำนอง
"ข้อห้ามคืออะไร"
คือสัญญา ขุนเข่าเหล็กบอกว่าครูทุกองค์ต้องทิ้งไว้ให้ร่างถือ มันเป็นกฎของฟ้า
"อ๋อ" ไอ้หนูแดงตอบ แล้วเงียบไปนานเหมือนกำลังคิดเลขยาก ๆ "งั้นข้าขอขนม"
ขนม?
"ทุกคืน พี่ต้องเอาขนมไปวางให้ข้าที่ศาล ศาลไหนก็ได้ ข้าไม่เลือก ขนมอะไรก็ได้ แต่ห้ามเป็นขนมปังจืด ๆ ข้าเกลียด"
กล้าหัวเราะออกมาในความมืด
แค่นั้นเหรอครับ
"แค่นั้น!" เสียงนั้นตอบ แล้วเบาลง "เมื่อก่อนแม่ข้าเอาขนมไปวางให้ข้าที่ศาลท่าน้ำทุกคืน หลังข้าตาย แล้ววันหนึ่งแม่ก็ไม่มาอีก ข้ารอทุกคืน ไม่มีใครเอามาอีกเลย"
กล้าไม่หัวเราะแล้ว
ผมจะเอาไปวางให้ทุกคืนครับ
"สัญญานะ"
สัญญา
* * *
เช้าวันพฤหัส ไอ้หนูแดงยังอยู่
ตอนกล้าซ้อมเตะกระสอบ ไอ้หนูแดงแนะนำให้เตะแบบกระโดด เพราะสวยกว่า ตอนกล้ายืนตั้งการ์ด ไอ้หนูแดงบ่นว่าน่าเบื่อแล้วเริ่มนับแมลงวันที่บินผ่าน ตอนกล้าวิ่งรอบเวที ไอ้หนูแดงตะโกนให้วิ่งเร็วขึ้นเพราะอยากแข่งกับนกพิราบบนสายไฟ
แต่มีบางอย่างที่เปลี่ยนไป
ตอนกล้าก้าวเท้า ฝีเท้าเขาเบาขึ้น ตอนเขาถอย เขาถอยแบบเฉียง ไม่ใช่ถอยตรง ตอนครูเหน่งโยนรองเท้าแตะมาจากเปลญวน เขาหลบได้สามครั้งติดโดยไม่รู้ตัวว่าหลบยังไง
ครูเหน่งลุกจากเปลมานั่งดู
"ฟุตเวิร์กเอ็งเปลี่ยนไป" ชายแก่พูด "เหมือนเด็กวิ่งไล่จับกันในลานวัด หาจังหวะไม่เจอ แต่มันหลบได้"
"ข้าเก่งใช่ไหม!" ไอ้หนูแดงตะโกนในหัว
"เขาถามว่าเขาเก่งไหมครับ"
"บอกมันว่าพอใช้" ครูเหน่งตอบ แต่มุมปากกระตุก
"ตาแก่ขี้งก!"
กล้าต้องกัดลิ้นไม่ให้หัวเราะ
* * *
ตอนบ่าย ไข่ต้มพากล้าไปตลาดคลองเตยเพื่อหาขนม
ตลาดตอนบ่ายสามเงียบกว่าตอนเช้า แผงปลาเก็บแล้ว แผงผักเหลือแต่เศษใบกะหล่ำ แต่แผงขนมไทยของป้าเล็กยังเปิดอยู่ วางเรียงไว้เต็มถาด ขนมชั้น ขนมเปียกปูน ตะโก้ ขนมถ้วย ทองหยอด
"ทองหยอด!" ไอ้หนูแดงกรีดร้อง "ข้าเอาทองหยอด! เอาสิบลูก! ไม่! ร้อยลูก!"
ผมมีเงินซื้อได้แค่ห้าลูกครับ
"ขี้งกเหมือนตาแก่!"
กล้ายื่นเหรียญยี่สิบให้ป้าเล็ก
ตอนป้าเล็กกำลังตักทองหยอดใส่ถุง เสียงเพลงหมอลำดังขึ้นจากลำโพงร้านขายซีดีเถื่อนฝั่งตรงข้าม
ไอ้หนูแดงเงียบไปเสี้ยววินาที
แล้วขาของกล้าก็เริ่มขยับเอง
ไม่! ไม่นะ! ที่นี่ตลาด!
"เพลงสนุก!"
กลางตลาดคลองเตยตอนบ่ายสามโมง ต่อหน้าป้าเล็ก แม่ค้าส้มตำ ลุงขายลอตเตอรี่ และวินมอเตอร์ไซค์สี่คน ต้นกล้า บุญมา เด็กหนุ่มที่น็อกเสือดำในสี่สิบวินาที กำลังเต้นหมอลำ ยกมือ ส่ายสะโพก หมุนตัวไปตามจังหวะพิณ
ป้าเล็กยืนนิ่ง ถือถุงทองหยอดค้างไว้กลางอากาศ
วินมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งยกมือถือขึ้นถ่าย
ไข่ต้มยืนอยู่ข้าง ๆ หน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ตัวสั่นเพราะกลั้นหัวเราะ
"พี่..." ไข่ต้มพูดเสียงสั่น "พี่ผ้าถุง...ตอนนี้กลายเป็นพี่หมอลำแล้วครับ"
ไอ้หนูแดง! หยุด! ผมขอร้อง! เดี๋ยวผมซื้อทองหยอดให้สิบลูก!
ขาหยุดทันที
"สิบลูกนะ สัญญานะ"
กล้ายืนนิ่งกลางตลาด หอบหายใจ มือยังค้างอยู่ในท่าฟ้อน
เขาค่อย ๆ ลดมือลง หันไปหาป้าเล็ก แล้วยิ้มแห้ง ๆ
"ขอทองหยอดเพิ่มอีกห้าลูกครับ"
* * *
คืนนั้น กล้าเดินไปที่ศาลพระภูมิเก่าหน้าวัดร้างริมคลอง ห่างจากค่ายไปสองซอย
ศาลไม้สีซีดเอียงไปข้างหนึ่ง ตุ๊กตาชายหญิงที่ตั้งอยู่หน้าศาลหัวหักไปตัวหนึ่ง มีพวงมาลัยแห้งกรอบแขวนอยู่ ไม่มีใครดูแลมานานแล้ว
กล้าวางถุงทองหยอดสิบลูกลงบนชานศาล จุดธูปที่ซื้อจากร้านโชห่วยหนึ่งดอก แล้วยกมือไหว้
"ของไอ้หนูแดงครับ"
ในหัวของเขา ไอ้หนูแดงเงียบไปนาน
แล้วเสียงสะอื้นเล็ก ๆ ก็ดังขึ้น
"ขอบใจนะพี่"
กล้ายิ้ม
ไม่เป็นไรครับ
เขากำลังจะหันหลังกลับ ไอ้หนูแดงก็พูดขึ้นมาอีก เสียงคราวนี้ไม่ได้สดใสแล้ว มันเบาจนแทบจะเป็นกระซิบ เหมือนเด็กที่กลัวว่าจะมีใครได้ยิน
"พี่ พี่รู้จักพี่เฒ่าใช่ไหม คนตัวสูง ๆ ที่พันผ้าที่แขน คนที่อยู่กับพี่ก่อนข้า"
กล้าหยุดเดิน
ขุนเข่าเหล็กเหรอ ท่านรู้จักเขาเหรอครับ
"ข้าเห็นเขาตอนเขาออกจากพี่ไป" ไอ้หนูแดงพูด "เขาเดินผ่านศาลท่าน้ำที่ข้าอยู่ ข้าเรียกเขา เขาไม่หันมา เขาเดินเร็วมาก เหมือนกำลังหนีอะไรสักอย่าง"
ลมจากคลองพัดมาเย็นวาบ ธูปที่เพิ่งจุดดับไปเฉย ๆ ทั้งที่ยังไม่ทันไหม้ถึงครึ่ง
"แล้วตอนกลางคืน ข้าได้ยินเสียง"
เสียงอะไร
"เสียงเขาร้อง" ไอ้หนูแดงพูดเสียงสั่น "แล้วก็เสียงเหมือนคนเคี้ยวอะไรสักอย่าง เคี้ยวนาน ๆ"
กล้ารู้สึกเหมือนเลือดในตัวเย็นลงทีละหยด
"พี่เฒ่าหายไปแล้ว" เสียงเด็กกระซิบ "มันกินเขา"
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นสิ!