ตอนที่ 9
ตอนที่ 9 เฒ่าไร้ชื่อ: ต่อรองด้วยเหล้า
"เจ้าเป็นใคร"
คำถามเดียวกันนี้ ภาคินเคยถามตัวเองมาแล้วหลายสิบครั้งในสามคืนที่ผ่านมา ตอนนอนลืมตาในความมืดของเรือนพัก ตอนล้างหน้าในน้ำเย็นจัดแล้วเห็นใบหน้าที่ไม่ใช่ของตัวเองสะท้อนอยู่ในถัง ตอนที่ต้าหนิวเรียกเขาว่าเสี่ยวเฟิงแล้วเขาหันไปตอบโดยไม่ต้องคิด
เขายังไม่มีคำตอบที่ดี เขามีแค่คำตอบที่จริง
"ข้าเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง"
ชายแก่ไม่ขยับ
"คืนที่จางหู่กับพวกรุมตีข้า" ภาคินพูดต่อ เลือกถ้อยคำทีละคำเหมือนเดินบนน้ำแข็งบาง "ข้าตายไปแล้วตรงริมลำธาร แล้วก็ตื่นขึ้นมา พอตื่นขึ้นมา ข้าก็รู้อะไรบางอย่างที่ไม่ควรรู้"
ทุกคำเป็นความจริง หลิวเฟิงตายจริง ภาคินตื่นขึ้นมาจริง และเขารู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้จริงๆ สิ่งเดียวที่เขาไม่ได้พูดคือคนที่ตื่นขึ้นมาไม่ใช่คนเดียวกับคนที่ตาย
ในเกม เขาเรียนรู้ว่าการโกหก NPC ระดับสูงมักจบไม่สวย ระบบจะเช็กค่าเสน่ห์กับค่าปัญญา ถ้าไม่ผ่าน ความสัมพันธ์จะดิ่งลงทันที แต่การพูดความจริงครึ่งเดียวไม่เคยถูกจับได้ เพราะระบบตรวจไม่เจอ
เขาภาวนาว่าคนตรงหน้าจะทำงานแบบเดียวกับระบบ
ชายแก่จ้องเขาอยู่นาน นานจนภาคินนับลมหายใจตัวเองได้สิบสอง แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะออกมา หัวเราะจนไอ ไอจนต้องเอามือยันชั้นหนังสือ
"ตายแล้วตื่นขึ้นมารู้ที่ซ่อนคัมภีร์" เขาพูดทั้งที่ยังหอบ "ดี ดีมาก ถ้าเจ้าไปเล่าเรื่องนี้ในโรงเตี๊ยม คนจะซื้อเหล้าให้เจ้ากินทั้งคืน"
"ท่านไม่เชื่อ"
"ข้าไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อ" ชายแก่เช็ดน้ำตาที่หางตา "ข้าบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ดี"
ภาคินขมวดคิ้ว คำตอบนั้นไม่ได้ปิดประตู แต่ก็ไม่ได้เปิด มันเหมือนชายแก่แค่เก็บคำตอบของเขาใส่กระเป๋าไว้ก่อน แล้วค่อยเอาออกมาดูทีหลัง
ชายแก่ก้มลงหยิบห่อผ้าบนพื้นขึ้นมา พลิกไปมาในมือเหมือนชั่งน้ำหนัก
"รู้ไหมว่าทำไมมันถึงไม่สมบูรณ์"
ภาคินชะงัก เขาไม่ได้พูดคำว่าไม่สมบูรณ์ออกมาเลยสักครั้ง คำนั้นอยู่บนหน้าต่างระบบที่มีแค่เขามองเห็น
"ไม่รู้"
"เพราะครึ่งหลังอยู่ในนี้" ชายแก่เอานิ้วเคาะขมับตัวเองสองที "คัมภีร์เล่มนี้มีแค่วิธีเดินลมปราณสามรอบแรก รอบที่สี่ถึงรอบที่เก้า ข้าไม่เคยเขียนลงไป"
"ทำไม"
"เพราะคนที่ได้มันไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ควรตายในรอบที่สี่"
เขาพูดเรียบๆ เหมือนกำลังบอกว่าพรุ่งนี้ฝนจะตก ภาคินรู้สึกเย็นวาบไปตามสันหลัง
ในเกม ย้อนธารมีข้อจำกัดว่าใช้ได้วันละสามครั้ง ผู้เล่นทุกคนคิดว่านั่นเป็นแค่การบาลานซ์เกม ไม่ให้สกิลแรงเกินไป ไม่มีใครเคยลองครั้งที่สี่ เพราะระบบไม่ยอมให้กด
แต่ที่นี่ไม่มีระบบมาห้ามมือเขา
ถ้าคืนนี้เขาได้คัมภีร์ไปแล้วฝึกเอง สักวันเขาจะเผลอเดินลมรอบที่สี่ แล้วเส้นชีพจรทั้งตัวจะระเบิดจากข้างใน และหลิวเฟิงจะตายเป็นครั้งที่สอง ครั้งนี้ไม่มีใครตื่นขึ้นมาแทน
"งั้นท่านต้องการอะไร" ภาคินถาม
"ข้าต้องการอะไร?" ชายแก่ทวนคำ แล้วยิ้ม ฟันหน้าหายไปซี่หนึ่ง "เด็กรับใช้คนหนึ่งจะมีอะไรให้ข้า"
ภาคินไม่ตอบทันที เขามองชายแก่
ไม่ใช่มองหน้า มองทุกอย่าง
นี่คือสิ่งที่เขาทำในเกมทุกครั้งที่ต้องต่อรองกับ NPC ที่ไม่มีหน้าต่างร้านค้า คนทุกคนต้องการบางอย่าง และสิ่งที่คนต้องการมักจะอยู่บนตัวเขาเอง ในสิ่งที่เขาพกติดตัว ในสิ่งที่เขาขาด
เสื้อคลุมปะชุน แปลว่าไม่สนใจเงิน
ไม่มีอาวุธ ไม่มีป้ายประจำตัว ไม่มีแหวน แปลว่าไม่สนใจตำแหน่ง
น้ำเต้าใส่เหล้าเก่าจนผิวมันเป็นเงา มือที่ถือมันกำแน่นกว่าตอนกำไหล่เขาเสียอีก
และกลิ่นเหล้าราคาถูก กลิ่นเดียวกับลุงข้างบ้านที่ร้านข้าวแกงของแม่
คนที่เดินบนพื้นไม้ได้โดยไม่มีเสียง ซ่อนคัมภีร์ระดับตำนานไว้สามสิบปี แต่ดื่มเหล้าขาวที่ศิษย์รับใช้ยังดื่ม
ไม่ใช่เพราะเลือกได้ แต่เพราะหาไม่ได้
"พ่อครัวหวังที่โรงครัว" ภาคินพูดช้าๆ "ฝังไหเหล้าดอกท้อไว้ใต้เตาก้อนที่สาม หมักมายี่สิบปี เขาจะเปิดมันในวันเกิดเจ้าสำนักปีหน้า"
ดวงตาของชายแก่ไม่เปลี่ยน แต่มือที่ถือน้ำเต้านิ่งไปครู่หนึ่ง
ภาคินรู้เรื่องนี้จากเควสต์ย่อยในเกม "ไหเหล้าของพ่อครัวหวัง" ผู้เล่นต้องขุดหาไหเหล้าในซากโรงครัวที่ไหม้ไปแล้ว รางวัลเป็นไอเทมเพิ่มพลังชีวิตเล็กน้อย กับข้อความประกอบไอเทมสั้นๆ ว่า "พ่อครัวหวังเก็บไว้รอวันเกิดเจ้าสำนัก แต่วันนั้นไม่เคยมาถึง"
ตอนเล่น เขาขายมันทิ้งให้ร้านค้าในราคาสิบเหรียญ
ตอนนี้มันอาจมีค่ามากกว่าชีวิตเขา
"แลกเปลี่ยน" ภาคินพูด "เหล้าหนึ่งไห ต่อการสอนหนึ่งครั้ง"
"ไหเดียวมีกี่ครั้ง"
"ข้าจะแบ่งใส่น้ำเต้าให้ท่านทีละน้ำเต้า"
ชายแก่มองเขานิ่ง แล้วเขาก็หัวเราะอีกครั้ง คราวนี้ไม่ไอ
"ขโมยของจากหอคัมภีร์ยังไม่พอ จะไปขโมยของจากพ่อครัวมาจ่ายค่าเรียนอีก"
"ไม่ใช่ขโมย" ภาคินตอบ "ปีหน้าวันเกิดเจ้าสำนักจะไม่มีงานเลี้ยง"
คำนั้นหลุดออกมาก่อนที่เขาจะห้ามทัน
เสียงหัวเราะหยุดลงทันที
"ทำไม"
ภาคินกลืนน้ำลาย เขาพูดมากเกินไปแล้ว แต่ถ้าถอยตอนนี้ก็จะดูน่าสงสัยกว่าเดิม
"เพราะข้าตายมาแล้วครั้งหนึ่ง" เขาพูดซ้ำ "แล้วก็ตื่นขึ้นมารู้อะไรบางอย่างที่ไม่ควรรู้"
ชายแก่ไม่หัวเราะอีก
ความเงียบยืดยาวจนภาคินได้ยินเสียงหิมะร่วงจากชายคาลงบนพื้นข้างล่าง
แล้วชายแก่ก็ทำสิ่งที่เขาไม่คาดคิด เขาก้าวเข้ามาใกล้ ก้มลงจนหน้าเกือบชนกัน แล้วสูดจมูก
"มือเจ้า" เขาพูด "ยื่นมา"
ภาคินยื่นมือขวาออกไป ชายแก่จับข้อมือเขาพลิกหงาย แล้วดมฝ่ามือ
"ไม่ใช่ข้างนี้ อีกข้าง"
มือซ้าย ชายแก่ดมแล้วนิ่วหน้า
"ใครให้ยาเจ้า"
"ยา?"
"กลิ่นติดนิ้ว จางมาก จับขวดยามาไม่เกินสองวัน" ชายแก่ปล่อยมือเขา "ขวดกระเบื้องขาว ใช่ไหม"
ภาคินรู้สึกเหมือนมีใครเอาน้ำแข็งยัดเข้าไปในอก เขาจับขวดยาของผู้อาวุโสซ่งแค่ครั้งเดียว ตอนรับมันมาแล้วซุกไว้ใต้ฟางในมุมโรงฟืน
"ผู้อาวุโสบอกว่าเป็นยาประสานกระดูก"
"ยาประสานกระดูกทำจากรากต้นเหลียนกับเปลือกหอยทะเล กลิ่นคาวเค็ม" ชายแก่พูด "ที่ติดมือเจ้ากลิ่นหวาน หวานเหมือนดอกไม้ที่เพิ่งเหี่ยว นั่นคือหญ้าหลับนิรันดร์"
"มันทำอะไร"
"กินครั้งเดียวไม่เป็นไร กินติดกันเจ็ดวัน ริมฝีปากจะม่วง แล้วคืนที่เจ็ดเจ้าจะหลับไปโดยไม่ตื่นอีก ไม่มีบาดแผล ไม่มีร่องรอย หมอธรรมดาตรวจไม่เจอ"
ริมฝีปากม่วง ไม่มีบาดแผล ตายคืนที่เจ็ด
ทุกอย่างตรงกับบันทึกในเกมเป๊ะ
ภาคินรู้มาตลอดว่าซ่งน่าสงสัย แต่การรู้กับการได้ยินคนอื่นยืนยันมันเป็นคนละเรื่องกัน เหมือนตอนเขาสงสัยว่าตัวเองสอบตก กับตอนที่เห็นคะแนนบนกระดาษจริงๆ
เขาหายใจเข้าลึก หายใจออกช้า
"ข้าไม่ได้กิน"
"ข้ารู้" ชายแก่ว่า "ถ้ากินแล้ว ลมหายใจเจ้าจะมีกลิ่นหวานด้วย" เขาหรี่ตามองภาคินอีกครั้ง "เด็กที่ไม่กินยาที่ผู้อาวุโสให้ เด็กแบบนั้นในสำนักนี้มีไม่กี่คน เพราะคนทั่วไปไม่กล้าขัดใจผู้อาวุโส"
"ข้ากลัวตายมากกว่ากลัวขัดใจ"
"ดี" ชายแก่พยักหน้า "คนที่กลัวตายมักอยู่ได้นาน"
เขาโยนห่อผ้ากลับมาให้ภาคิน ภาคินรับไว้ได้อย่างงุนงง
"ตกลง" ชายแก่พูด "เหล้าดอกท้อหนึ่งน้ำเต้า ต่อการสอนหนึ่งครั้ง แต่ข้ามีเงื่อนไขสามข้อ"
เขายกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
"หนึ่ง เจ้าจะไม่บอกใครว่าข้าสอนเจ้า ไม่ว่าเพื่อน ไม่ว่าผู้อาวุโส ไม่ว่าเจ้าสำนัก ไม่ว่าใคร"
นิ้วที่สอง
"สอง เจ้าจะไม่เดินลมปราณเกินสามรอบต่อวัน จนกว่าข้าจะบอกว่าได้ ถ้าเจ้าฝ่าฝืน ข้าจะไม่ช่วย แล้วเจ้าก็ตายเอง"
นิ้วที่สาม ชายแก่ค้างไว้นานกว่าสองนิ้วแรก
"สาม เรื่องที่เจ้ารู้ทั้งหมด เรื่องที่เจ้าตื่นขึ้นมาแล้วรู้ เจ้าจะไม่เล่าให้ข้าฟัง"
ภาคินกะพริบตา นั่นเป็นเงื่อนไขที่แปลกที่สุดที่เขาเคยได้ยิน
"ทำไม"
"เพราะข้าไม่อยากรู้" ชายแก่ตอบ แล้วหันหน้าไปทางหน้าต่าง แสงจันทร์ตกลงบนใบหน้าเหี่ยวย่นครึ่งซีก "ข้าแก่แล้ว ไอ้หนู คนแก่ไม่ควรรู้ว่าตัวเองจะตายเมื่อไร"
ภาคินมองแผ่นหลังที่งองุ้มนั้น แล้วนึกถึงบรรทัดในบันทึกการล่มสลาย
ผู้ดูแลหอคัมภีร์ ไม่ทราบนาม ไม่พบศพ
เขาเม้มปาก ไม่พูดอะไร
"แต่ก่อนจะสอน" ชายแก่หันกลับมา "ข้าต้องรู้ก่อนว่าเจ้าทนได้หรือเปล่า"
"ทนอะไร"
ชายแก่ไม่ตอบ เขายื่นนิ้วชี้ข้างเดียวออกมาแตะกลางอกภาคิน ตรงจุดที่เหนือลิ้นปี่ขึ้นไปสองนิ้ว
เบามาก เบาเหมือนแมลงเกาะ
แล้วโลกทั้งใบก็ระเบิด
(จบตอนที่ 9)
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นสิ!