ตอนที่ 8
ตอนที่ 8 มือในความมืด: ถูกจับได้
ภาคินไม่หันไป
ทุกเซลล์ในร่างกายอยากหัน อยากสะบัดมือนั้นออกแล้ววิ่ง แต่สมองส่วนที่เล่นเกมมาเจ็ดปีบอกเขาว่าคนที่เข้ามาถึงตัวได้โดยไม่มีเสียงสักนิด ในห้องที่พื้นไม้ลั่นทุกก้าว ไม่ใช่คนที่เขาจะวิ่งหนีพ้น
ในเกม เวลาเจอศัตรูที่เลเวลสูงกว่าเกินยี่สิบ ผู้เล่นมือใหม่จะกดหนี ผู้เล่นมือโปรจะยืนนิ่ง เพราะการหนีคือการหันหลังให้คนที่ฆ่าเราได้ในดาบเดียว
"ข้าไม่ได้ขโมย" เขาพูด เสียงสั่นน้อยกว่าที่คิด "ข้ายืม"
มือบนไหล่บีบแรงขึ้นอีกนิด แผลที่ยังไม่หายร้าวขึ้นมาถึงต้นคอ ภาคินกัดฟัน
"ยืม" เสียงแหบนั้นทวนคำ "ยืมจากใคร"
"จากหอ"
"หอไม่มีปาก มันอนุญาตเจ้าไม่ได้"
"งั้นข้าขอยืมจากท่าน"
เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเสียงหัวเราะแห้งๆ ก็ดังขึ้นข้างหูเขา เป็นเสียงหัวเราะของคนที่ไม่ได้หัวเราะมานาน เสียงขาดเป็นช่วงๆ เหมือนเครื่องสูบลมที่ขึ้นสนิม
"ไอ้เด็กบ้า"
มือนั้นปล่อยไหล่เขา ภาคินค่อยๆ หันกลับไป
ชายที่ยืนอยู่ในความมืดตัวเตี้ยกว่าที่เขาคิด ผมขาวยุ่งเหยิงมัดไว้ลวกๆ ด้วยเชือกฟาง เสื้อคลุมสีเทาเก่าจนแทบไม่เหลือสีเดิม ปะชุนหลายจุด ในมือข้างหนึ่งถือน้ำเต้าใส่เหล้า อีกข้างว่างเปล่า มือที่เมื่อครู่จับไหล่เขา
ใบหน้าเหี่ยวย่น จมูกแดงก่ำแบบคนดื่มหนัก ดวงตาหรี่ปรือเหมือนจะหลับตลอดเวลา
ภาคินรู้จักใบหน้านี้
ไม่ใช่ในฐานะคนสำคัญ ในเกม ชายแก่คนนี้เป็นแค่ NPC พื้นหลังตัวหนึ่ง นั่งหลับอยู่ที่บันไดชั้นหนึ่งของหอคัมภีร์ ชื่อเหนือหัวเขียนว่า "ผู้ดูแลหอ" ไม่มีชื่อจริง ไม่มีบทพูด ไม่มีเควสต์ ผู้เล่นเดินผ่านเขาเป็นล้านครั้งโดยไม่เคยหยุดมอง
และในบันทึกการล่มสลายของสำนัก มีบรรทัดสั้นๆ บรรทัดหนึ่ง
"ผู้ดูแลหอคัมภีร์ ไม่ทราบนาม ไม่พบศพ"
ตอนอ่านครั้งแรก ภาคินคิดว่ามันเป็นบั๊กของการเขียนเนื้อเรื่อง คนเขียนลืมใส่ชื่อ
ตอนนี้ ชายที่ไม่พบศพคนนั้นยืนอยู่ตรงหน้าเขา และเพิ่งเดินเข้ามาถึงตัวโดยที่พื้นไม้ซึ่งลั่นทุกก้าวไม่ส่งเสียงสักนิด
ไม่ใช่บั๊ก
"มองอะไร" ชายแก่ถาม แล้วยกน้ำเต้าขึ้นจิบ "ไม่เคยเห็นคนแก่หรือ"
"เคย" ภาคินตอบ "แต่ไม่เคยเห็นคนแก่ที่เดินไม่มีเสียง"
ดวงตาที่หรี่ปรือนั้นลืมขึ้นมานิดหนึ่ง แค่นิดเดียว แต่ภาคินเห็นประกายบางอย่างในนั้น เหมือนใบมีดที่ถูกดึงออกจากฝักแล้วเก็บกลับไปในชั่วพริบตา
"หูดีนี่" ชายแก่ว่า "น่าเสียดายที่สมองไม่ดีตาม"
เสียงดังมาจากข้างล่าง
ไม่ใช่เสียงเชือก คราวนี้เป็นเสียงคน
"ใครอยู่ตรงนั้น"
เสียงยาม ภาคินรู้สึกเหมือนท้องหล่นลงไปที่ตาตุ่ม เขาคลานไปที่หน้าต่างแล้วแอบมองลงไป
ใต้ต้นสนเก่า ต้าหนิวยืนอยู่ในแสงโคมของยามสองคน มือใหญ่ทั้งสองข้างชูขึ้นเหนือหัว เชือกที่ควรจะอยู่ในมือเขาหายไปแล้ว ภาคินมองหาแล้วเห็นว่ามันถูกยัดซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ข้างหลังต้าหนิว ปลายเชือกที่ยังผูกเอวเขาห้อยลงไปจากหน้าต่าง หายเข้าไปในเงาของต้นไม้
ถ้ายามเงยหน้าขึ้นมา พวกเขาจะเห็นมัน
"ข้า ข้าแค่หิว" ต้าหนิวพูด เสียงดังกว่าที่จำเป็น "มาหาลูกสน ที่ต้นนี้ลูกเยอะ"
"ลูกสนเดือนสิบสอง?" ยามคนหนึ่งหัวเราะ "ไอ้โง่ ลูกสนร่วงหมดตั้งแต่เดือนเก้า"
ภาคินหลับตา นั่นเป็นข้ออ้างที่เขาคิดเองแล้วไม่ได้ตรวจสอบ ในเกมไม่มีฤดูกาลของลูกสน เขาไม่เคยต้องรู้
ความผิดพลาดแรกของคืนนี้ และมันเป็นของเขา ไม่ใช่ของต้าหนิว
"มาด้วยกัน" ยามอีกคนพูด "กฎข้อเจ็ด ใครบุกรุกเขตหอคัมภีร์"
"ข้ายังไม่ได้เข้าหอ"
"เจ้ายืนอยู่ห่างจากกำแพงหอสิบก้าว ตอนกลางคืน ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเข้าหรือไม่เข้า"
ภาคินรู้กฎข้อเจ็ดดี เพราะเขาท่องคู่มือสำนักในเกมได้ทั้งเล่ม บุกรุกเขตหอคัมภีร์ โทษถึงตาย ในเกมเป็นแค่ข้อความกันผู้เล่นไม่ให้เข้าไปเก็บของก่อนเวลา และไม่มีผู้เล่นคนไหนเคยโดนจริง
แต่ที่นี่ไม่ใช่เกม และต้าหนิวกำลังจะโดนแทนเขา
ความคิดแรกที่โผล่ขึ้นมาคือการคำนวณ ถ้าเขาลงไปตอนนี้ ทั้งสองคนจะโดนจับ คัมภีร์จะถูกยึด แผนทั้งหมดพัง อีกหกวันเขาจะตายด้วยพิษอยู่ดี ถ้าเขาไม่ลงไป ต้าหนิวอาจโดนแค่โบย เพราะเขาไม่ได้เข้าหอจริง และไม่มีหลักฐาน
ความคิดที่สองตามมาเร็วกว่า และมันไม่ใช่การคำนวณ
ในเกม ศพของต้าหนิวอยู่ในหลุมศพหมู่หลังสำนัก ไม่มีป้ายชื่อ
ภาคินแก้เชือกที่เอว
"จะไปไหน" ชายแก่ถามจากข้างหลัง เสียงเรียบเหมือนถามว่าจะไปกินข้าวที่ไหน
"ลงไป"
"แล้วไง ให้เขาฆ่าทั้งสองคน?"
"เขาเป็นคนเดียวในโลกนี้ที่เก็บหมั่นโถวไว้ให้ข้า" ภาคินพูดโดยไม่หันกลับไป มือยังแกะปมเชือกที่แน่นเกินไป "ข้าไม่ให้เขาตายแทนข้าหรอก"
เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดคำนั้นออกมา มันไม่ฉลาด ไม่มีประโยชน์ และพูดให้คนที่เพิ่งจับเขาได้ฟัง
ข้างหลังเขาเงียบ
แล้วมีเสียงถอนหายใจ ยาว และเหนื่อย เหมือนคนที่เห็นเรื่องเดิมซ้ำเป็นครั้งที่ร้อย
"นั่งลง"
"ข้า"
"ข้าบอกให้นั่งลง"
มือนั้นกดไหล่เขาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้บีบ แค่กด แต่ภาคินรู้สึกเหมือนมีภูเขาทั้งลูกทับลงมา เขาทรุดนั่งลงกับพื้นโดยที่ขาไม่ได้สั่ง
ชายแก่เดินผ่านเขาไปที่หน้าต่าง ทุกก้าวเงียบเหมือนเดิม แล้วโผล่หัวออกไปข้างนอก ทั้งตัว ไม่ได้แอบ
"เฮ้ย!" เสียงแหบนั้นดังลั่น ลิ้นพันกันเหมือนคนเมาจริงๆ "พวกเอ็งเอะอะอะไรกันตอนดึก ข้าจะนอน!"
เสียงข้างล่างเงียบกริบ
"ท่าน ท่านผู้ดูแล" ยามคนหนึ่งพูด น้ำเสียงเปลี่ยนไปทันที ไม่ใช่ความเคารพ แต่เป็นความรำคาญปนระวัง แบบที่คนพูดกับคนแก่ที่ไม่ควรไปยุ่ง "มีคนบุกรุก"
"บุกรุกอะไร นั่นไอ้ตัวโตจากโรงครัว ข้าใช้มันมาเอาเหล้า"
"เหล้า? แต่มันบอกว่ามาหาลูกสน"
"มันโง่ ข้าบอกให้มันโกหกถ้าโดนจับ มันก็โกหกไม่เป็น" ชายแก่ยกน้ำเต้าขึ้นเขย่า "เห็นไหม หมดแล้ว ข้าใช้มันไปเอามาใหม่ แต่มันยังไม่ทันได้ไปเลย พวกเอ็งก็มาขวางแล้ว"
ยามสองคนมองหน้ากัน
"กฎข้อเจ็ด"
"กฎข้อเจ็ดใครเขียน" ชายแก่ตะโกนกลับ "ข้าเฝ้าหอนี้มาตั้งแต่เจ้าสำนักคนปัจจุบันยังฉี่รดที่นอน จะไปฟ้องก็ไป บอกเจ้าสำนักว่าไอ้เฒ่าเมาในหอคัมภีร์ใช้เด็กโรงครัวไปเอาเหล้า ดูซิว่าเขาจะหัวเราะใส่หน้าพวกเอ็งหรือเปล่า"
ความเงียบยาวนาน ภาคินนั่งอยู่บนพื้น ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังกว่าเสียงลม
แล้วยามคนหนึ่งก็ถอนหายใจ
"ไปเร็วๆ ไอ้ตัวโต ครั้งหน้าถ้าเจอเอ็งแถวนี้อีก ข้าไม่สนว่าใครใช้มา"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของต้าหนิวค่อยๆ ห่างออกไป แล้วตามด้วยเสียงฝีเท้ายามที่เดินกลับไปทางเดิม
ชายแก่ดึงหัวกลับเข้ามาในห้อง ปิดหน้าต่างครึ่งบาน แล้วหันมามองภาคิน
ใบหน้าที่เมาเมื่อครู่หายไปแล้ว ไม่ใช่ว่าเขาเปลี่ยนสีหน้า ใบหน้ายังเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่บางอย่างในนั้นตื่นขึ้นมา
"ทีนี้" เขาพูด เสียงไม่พันกันอีกต่อไป "มาคุยเรื่องของที่เจ้า ยืม กันดีกว่า"
ภาคินดึงห่อผ้าออกมาจากอกเสื้อช้าๆ แล้ววางลงบนพื้นระหว่างพวกเขา
ชายแก่ไม่ได้หยิบมัน แค่มอง
"รู้ไหมว่ามันคืออะไร"
"คัมภีร์ย้อนธาร"
"รู้ไหมว่ามันทำอะไร"
"ทำให้ลมปราณไหลย้อนกลับในเส้นชีพจร ซ่อมเส้นที่ขาดได้ ใช้ได้กับคนที่ฝึกวิชาธรรมดาไม่ได้" ภาคินตอบตามที่จำได้จากหน้าคำอธิบายไอเทมในเกม "แต่ใช้ผิดวิธีจะทำให้เส้นชีพจรระเบิด"
ชายแก่ไม่พูดอะไร แค่จิบเหล้าจากน้ำเต้าที่เมื่อครู่บอกว่าหมดแล้ว
"แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามันอยู่ใต้ตู้บัญชีเสบียง"
นี่คือคำถามที่ภาคินกลัวที่สุด เขาเตรียมคำตอบไว้สามแบบ ฝันเห็น บังเอิญเจอ หรือได้ยินคนพูดถึง ทั้งสามแบบฟังดูเป็นเรื่องโกหกในหูตัวเอง
เขาเลือกตอบแบบที่สี่
"ข้าบอกไม่ได้"
"บอกไม่ได้ หรือไม่อยากบอก"
"บอกไปท่านก็ไม่เชื่อ"
ชายแก่มองเขานานจนภาคินเริ่มรู้สึกว่าสายตานั้นทะลุผ่านผิวหนังเข้าไปข้างใน ผ่านร่างของหลิวเฟิง ไปเจอเด็กชายอายุสิบเจ็ดที่ร้านข้าวแกงในกรุงเทพฯ
แล้วชายแก่ก็พูดประโยคที่ทำให้ภาคินหยุดหายใจ
"ข้าซ่อนมันไว้ตรงนั้นเองเมื่อสามสิบปีก่อน" เขาพูดช้าๆ "ในสามสิบปีนั้น ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเคยหา ไม่มีใครแม้แต่จะสงสัยว่าใต้ตู้ที่น่าเบื่อที่สุดในหอจะมีอะไร"
เขาวางน้ำเต้าลง
"แล้วคืนนี้ เด็กรับใช้ที่เพิ่งโดนตีเกือบตายเมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งไม่เคยย่างเท้าเข้าหอนี้สักครั้งในชีวิต ปีนขึ้นมาทางหน้าต่างชั้นสาม เดินตรงไปที่ตู้นั้นโดยไม่ต้องหา และกดกลไกที่ข้าทำเองกับมือได้ถูกในครั้งที่สาม"
ดวงตาคู่นั้นไม่หรี่ปรืออีกแล้ว
"บอกข้ามาซิ ไอ้หนู เจ้าเป็นใคร"
(จบตอนที่ 8)
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นสิ!