C
‹ ยุทธภพไร้ปุ่มออก

ตอนที่ 5

ตอนที่ 5 สกิลที่ไม่มีใครเล่น

ภาคินไม่ได้นอนเลยทั้งคืน

เขานอนลืมตามองคานไม้บนเพดาน กำจดหมายที่เขียนไม่จบไว้ในมือ และทำสิ่งที่เขาทำก่อนทุกทัวร์นาเมนต์ คือเขียนทางเลือกทั้งหมดออกมา แล้วตัดทิ้งทีละทาง

ทางเลือกที่หนึ่ง: หนี

ลงเขาไปตอนกลางคืน ไปหาพี่สาวของหลิวเฟิง

ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเขาผุดขึ้นมาเองเมื่อนึกถึงคำว่า พี่หญิงอิง หญิงสาวหน้ากลมที่มีไฝใต้ตาซ้าย ขายเต้าหู้อยู่ในเมืองชิงซีตีนเขา มือหยาบเพราะโม่ถั่วทุกเช้า นางเก็บเงินสองปีเพื่อส่งน้องชายที่ชีพจรพังเข้าสำนัก เพราะหมอบอกว่าถ้าได้อยู่ใกล้ประมาจารย์ อาจมีปาติหาริย์

เมืองชิงซีห่างจากสำนักหนึ่งวันเต็มสำหรับคนแข็งแรง สำหรับเด็กที่ซี่โครงร้าว ในหิมะต้นเดือนสิบสอง ไม่ต่ำกว่าสามวัน ถ้าไม่แข็งตายกลางทางก่อน

และถ้าคนสวมชุดดำต้องการปิดปากศิษย์คนหนึ่ง พวกเขาจะไม่ไปตามหาคนเดียวที่ศิษย์คนนั้นเขียนจดหมายถึงหรือ

ตัดทิ้ง

ทางเลือกที่สอง: บอกคนอื่น

บอกใคร ผู้อาวุโสในสำนักมีห้าคน หนึ่งในนั้นคือคนที่จะฆ่าเขา เจ้าสำนักนอนป่วยอยู่ในเรือนที่มีผู้อาวุโสผลัดกันเฝ้า และศิษย์พิการที่ไปบอกว่า "ผู้อาวุโสท่านหนึ่งทรยศสำนัก แต่ข้าไม่รู้ว่าใคร" จะได้อะไรกลับมา นอกจากไม้เท้าสิบทีฐานใส่ร้ายผู้อาวุโส หรือแย่กว่านั้น บอกคนที่จะฆ่าเขาเองตรงๆ

ตัดทิ้ง

ทางเลือกที่สาม: แข็งแกร่งพอจะรอดจากนักฆ่าในหกวัน

คนทั่วไปใช้เวลาสามปีกว่าจะก่อปราณได้ครบขั้นแรก คนชีพจรพังใช้เวลาตลอดชีวิตก็ไม่ได้แม้แต่ปราณเส้นเดียว

ภาคินกำลังจะตัดทิ้งทางนี้เหมือนกัน

แล้วคำว่า ชีพจรพัง ก็เกี่ยวกับบางอย่างในหัว เหมือนเบ็ดตกปลาที่เกี่ยวก้อนหินใต้น้ำ

เขาลุกพรวดขึ้นนั่ง จนต้าหนิวที่นอนข้างๆ พลิกตัวแล้วพึมพำว่า "หมั่นโถวไส้หมู..." แล้วกรนต่อ

เคล็ดลมปราณย้อนธาร

ในเกมยุทธภพนิรันดร์ มีสถานะผิดปกติอยู่อย่างหนึ่งที่ผู้เล่นทุกคนกลัวที่สุด มันชื่อว่า [ชีพจรขาด]

จะติดสถานะนี้ก็ต่อเมื่อตายด้วยพิษธาตุไฟสามครั้งติดกันภายในหนึ่งชั่วโมง ติดแล้วลบไม่ได้ ลมปราณสูงสุดเหลือศูนย์ ใช้สกิลสำนักไม่ได้สักอย่าง ตัวละครที่ติดสถานะนี้จะกลายเป็นขยะทันที ผู้เล่นส่วนใหญ่ลบตัวละครทิ้งแล้วสร้างใหม่

แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ลบ คนกลุ่มที่อยากรู้ว่า "ถ้าเล่นทั้งที่พิการ จะไปได้ไกลแค่ไหน"

พวกเขาเรียกมันว่า รันพิการ

ภาคินเคยเป็นหนึ่งในนั้น

มันเริ่มจากคำท้าทายในไลฟ์สตรีมตอนตีสอง คนดูคนหนึ่งพิมพ์ว่า เก่งจริงลองเล่นตัวพิการดูสิ เขาตอบว่า ได้ แล้วใช้เวลาสามเดือนต่อมาหมกมุ่นอยู่กับมัน จนกระทั่งเจอสิ่งที่ไม่มีในคู่มือเกมฉบับไหน

คัมภีร์เล่มหนึ่ง ซ่อนอยู่ในซากหอตำราของสำนักเมฆาคราม ชั้นสาม ในก้นกล่องลับของตู้ไม้ที่เก็บบัญชีข้าวสารเก่า มันจะปรากฏให้เห็นก็ต่อเมื่อตัวละครมีสถานะชีพจรขาดเท่านั้น ผู้เล่นปกติเปิดตู้ใบนั้นกี่พันครั้งก็เจอแค่ฝุ่น

บนปกมีตัวอักษรเขียนไว้สี่ตัว เคล็ดย้อนธาร

แนวคิดของมันบ้ามาก

ลมปราณปกติไหลตามชีพจรเหมือนน้ำในท่อ ถ้าท่อแตก น้ำก็รั่วหมด นั่นคือเหตุผลที่คนชีพจรพังเก็บปราณไม่ได้ แต่เคล็ดย้อนธารบอกว่า อย่าพยายามซ่อมท่อ

ให้ใช้รอยแตกเป็นอ่างเก็บน้ำ

ปราณที่ไหลเข้ามาจะไม่ไหลเป็นวง แต่จะตกค้างอยู่ในรอยแตกของชีพจรทีละหยด เหมือนน้ำฝนที่ขังในหลุมบนถนน พอเก็บได้มากพอ ก็บีบมันออกมาทีเดียวทั้งหมด ไหลย้อนทางจากปลายมือกลับเข้าสู่ตันเถียน แล้วระเบิดออกทางเดียว

ผลลัพธ์คือพลังระเบิดที่แรงกว่าขั้นพลังจริงสองเท่า แต่แค่ชั่วครู่ และมีราคา

ในเกม ทุกครั้งที่ใช้จะสูญเสียพลังชีวิตสิบเปอร์เซ็นต์ ใช้เกินสามครั้งต่อวัน ตัวละครจะกระอักเลือดและหมดสติหนึ่งชั่วโมง

ภาคินเคยหมดสติกลางดันเจี้ยนมาแล้วหกครั้ง คนดูไลฟ์หัวเราะจนแชทค้าง แต่สุดท้าย ตัวละครพิการตัวนั้นขึ้นไปถึงอันดับเก้าสิบเจ็ดของเซิร์ฟเวอร์เอเชีย และเขารู้จักเคล็ดย้อนธารดีกว่าใครในโลก

เพราะไม่มีใครในโลกบ้าพอจะเล่นมัน

ภาคินกำมือแน่น หัวใจเต้นแรงเหมือนตอนกดเข้าห้องแข่ง

ตอนนั้นเขาเล่นรันพิการเพราะคำท้าทาย

ตอนนี้เขาได้ตัวละครพิการมาฟรีๆ โดยไม่ต้องตายด้วยพิษสามครั้ง

แค่ตายจริงครั้งเดียว

เช้าวันที่หนึ่งเดือนสิบสอง หิมะหยุดตกชั่วคราว ฟ้าเป็นสีฟ้าซีดเหมือนกระจกเก่า

ภาคินทำงานเหมือนทุกอย่างปกติ กวาดหิมะ ตักน้ำ กินโจ๊ก แต่ตาของเขาไม่เคยหยุดทำงาน

เขาดูผู้อาวุโสทั้งห้าคนที่เดินผ่านลาน เหมือนที่ดูคลิปคู่แข่งก่อนแมตช์

ผู้อาวุโสหลิน เดินเอามือไพ่หลัง หาวบ่อย ไม่มองศิษย์นอกคนไหนนานเกินสองวินาที คนที่ไม่สนใจอะไรเลยอาจเป็นคนที่ซ่อนอะไรได้ดีที่สุด หรือแค่คนขี้เกียจจริงๆ

ผู้อาวุโสหม่า หญิงวัยกลางคนที่ดูแลคลังสำนัก นับทุกอย่างด้วยสายตา นับกระสอบข้าว นับฟืน นับศิษย์ เขาสังเกตว่านางมองเขานานกว่าคนอื่นหนึ่งจังหวะ

ผู้อาวุโสเกา ชายร่างสูงที่คุมการฝึกศิษย์ใน เดินเหมือนทหาร แอบมองไปทางเรือนเจ้าสำนักทุกครั้งที่เดินผ่าน

ผู้อาวุโสอู๋ คนที่แก่ที่สุด ไม่ค่อยออกจากห้องปรุงยา เขาเห็นแค่หลังค่อมๆ กับควันสีเขียวที่ลอยออกมาจากหน้าต่าง

และผู้อาวุโสซ่ง

ชายวัยห้าสิบกว่าใบหน้าใจดี เคราสีเทาเรียบร้อย ทักศิษย์นอกทุกคนที่เดินผ่านด้วยชื่อ เด็กคนไหนมือแตกเพราะหนาว เขาก็หยิบขี้ผึ้งจากแขนเสื้อออกมาให้ ศิษย์นอกทุกคนรักเขา

พอเดินมาถึงภาคิน ผู้อาวุโสซ่งก็หยุด

"เสี่ยวเฟิง" เขาเอ่ย น้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนปู่คุยกับหลาน "ได้ยินว่าเจ้าล้มลงเนินหลังเขาหรือ"

ภาคินก้มหัว

"ขอรับผิด ศิษย์ไม่ระวังเอง"

"เด็กโง่ จะขอรับผิดทำไม" ผู้อาวุโสซ่งหัวเราะเบาๆ แล้วล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ ดึงขวดกระเบื้องเล็กๆ สีขาวออกมาหนึ่งขวด "ยาช่วยสมานกระดูก กินก่อนนอนวันละเม็ด เดี๋ยวก็หาย"

ภาคินมองขวดยาในมืออีกฝ่าย

ในเกม ผู้อาวุโสซ่งเป็นตัวละครที่ถูกเอ่ยถึงในบันทึกสำนักเมฆาครามเพียงบรรทัดเดียว ผู้อาวุโสซ่ง ผู้เมตตาต่อศิษย์ทุกคน สิ้นชีพพร้อมสำนักในคืนสุดท้าย ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ไม่มีอะไรน่าสงสัย

แต่นักแข่งที่ดีไม่ตัดสินคู่ต่อสู้จากคำบรรยายตัวละคร

"ขอบพระคุณผู้อาวุโส" ภาคินรับขวดยาด้วยสองมือ ก้มคำนับต่ำกว่าที่จำเป็น เพราะคนที่ก้มหัวต่ำ ไม่ต้องให้ใครเห็นสายตา

ผู้อาวุโสซ่งตบไหล่เขาเบาๆ สองที แล้วเดินจากไป

ภาคินยังคงก้มหัวอยู่อย่างนั้นอีกห้าลมหายใจ ตามองรอยเท้าบนหิมะที่เพิ่งกวาด

รอยเท้าของผู้อาวุโสซ่งลึกเท่ากันทุกรอย ห่างเท่ากันทุกก้าว เหมือนวัดด้วยไม้บรรทัด

คนแก่ใจดีที่เดินทอดน่อง ไม่เดินแบบนั้น

คนที่ฝึกวิชาตัวเบามาสามสิบปี และกำลังพยายามซ่อนมันอยู่ เดินแบบนั้น

ภาคินเก็บขวดยาเข้าไปในอกเสื้อ และตัดสินใจว่าจะไม่กินมันสักเม็ด จนกว่าจะรู้ว่าข้างในคืออะไร

บ่ายวันนั้น เขาอาสาไปตักน้ำที่บ่อหลังหอตำราแทนศิษย์นอกคนอื่น เพื่อจะได้ดูอาคารที่เขาต้องเข้าไปให้ได้

หอตำราสำนักเมฆาครามสูงสามชั้น หลังคาทรงเก๋งจีน หน้าต่างเล็กแคบ ประตูเดียวมีศิษย์ในสองคนยืนเฝ้า ในเกม มันเหลือแค่โครงไม้ไหม้ดำกับชั้นสามที่พังลงมาครึ่งหนึ่ง ตู้บัญชีข้าวสารตั้งอยู่ตรงมุมตะวันออกเฉียงเหนือของชั้นนั้น

ตอนนี้มันยังอยู่ครบ และมีคนเฝ้า

ต้าหนิวที่ตามมาช่วยแบกถังเห็นเขามองหอตำรานานเกินไป เลยกระซิบสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นคำเตือนที่เป็นมิตร

"อย่าคิดนะ เสี่ยวเฟิง ต้าหนิวรู้ว่าเจ้าอยากอ่านหนังสือ แต่หอตำราไม่เหมือนโรงครัวนะ แอบเข้าโรงครัวโดนตีสิบที" เขาพูดด้วยน้ำเสียงของคนที่รู้จริง "กฎสำนักข้อที่เจ็ด ศิษย์นอกที่ล่วงล้ำเข้าหอตำราโดยไม่ได้รับอนุญาต..."

เขาหยุด กลืนน้ำลาย

"โทษคือตาย"

สารบัญ
⚑ รายงานตอนนี้

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นสิ!