C
‹ ยุทธภพไร้ปุ่มออก

ตอนที่ 3

ตอนที่ 3 ปีที่ผิด

ภาคินนั่งมองใบหน้าในน้ำแข็งอยู่นานจนเมฆเคลื่อนมาบังจันทร์อีกครั้ง

เขาจำเควสนั้นได้แล้ว

มันไม่ใช่เควสธรรมดา มันอยู่ในชุดเควสพิเศษที่ชื่อ บันทึกเงาร้อยปี ผู้เล่นต้องแตะแผ่นศิลาเก่าในซากสำนักเมฆาคราม แล้วจะถูกดึงเข้าไปเห็น "เงาของอดีต" เหตุการณ์เล็กๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อร้อยปีก่อน ผู้เล่นส่วนใหญ่เกลียดเควสชุดนี้ เพราะรางวัลน้อย เนื้อเรื่องเศร้า และละเอียดจนน่าขนลุก

มีกระทู้หนึ่งในฟอรัมเกมที่เขาเคยอ่านผ่านๆ คนตั้งกระทู้เขียนว่า คนเขียนเควสชุดนี้เขียนเหมือนเคยอยู่ตรงนั้นจริงๆ ตอนนั้นเขาหัวเราะแล้วปิดทิ้ง

ตอนนี้เขาหัวเราะไม่ออก

เขาคลานกลับขึ้นเนินได้ตอนที่ฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินอ่อน ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงกับทางที่ตัวละครในเกมวิ่งขึ้นได้ในสิบวินาที

สำนักเมฆาครามตั้งอยู่บนไหล่เขา หลังคากระเบื้องสีเทาเก่าเรียงตัวเป็นขั้นบันได บางหลังมีกระเบื้องแตกที่ไม่มีใครซ่อม ประตูใหญ่ทาสีแดงที่ลอกจนเห็นเนื้อไม้ ป้ายชื่อสำนักเหนือประตูเอียงไปทางซ้ายนิดหน่อย

ในเกม ป้ายนี้หักครึ่งและตกอยู่บนพื้นท่ามกลางซากปรักหักพัง

ที่นี่ มันยังแขวนอยู่

ภาคินเดินผ่านประตูข้างที่ไม่มีคนเฝ้า เท้าพาเขาไปเองอย่างแปลกประหลาด เลี้ยวซ้ายที่บ่อน้ำ เลี้ยวขวาที่กองฟืน เดินตรงไปจนถึงเรือนนอนที่เก่าที่สุด เขาไม่รู้ว่าเป็นความทรงจำจากแผนที่ในเกม หรือความทรงจำที่ติดอยู่กับร่างนี้

คำถามนั้นทำให้เขาขนลุกมากกว่าความหนาว

พอเปิดประตูเรือนนอน กลิ่นอับชื้นกับเสียงกรนสิบกว่าเสียงก็ต้อนรับ เตียงไม้ยาวเรียงสองแถว ศิษย์นอกนอนเบียดกันเหมือนปลากระป๋อง มีที่ว่างอยู่ที่เดียว มุมในสุดติดกำแพงที่ลมเย็นลอดเข้ามาได้

แต่ข้างที่ว่างนั้น มีคนนั่งรออยู่

ตัวใหญ่มาก ใหญ่จนนั่งคุดคู่แล้วยังสูงเท่าคนยืน หน้ากลม คิ้วหนา ผมสั้นเกรียนที่น่าจะตัดเอง ในมือกำซาลาเปาไว้สองลูก พอเห็นภาคิน เขาก็ลุกพรวดจนหัวเกือบชนคาน

"เสี่ยวเฟิง!" เขากระซิบดังจนไม่เหมือนกระซิบ "เจ้าไปไหนมา! ข้าหาทั้งคืน เกือบเดินไปบอกผู้อาวุโสเฝ้าประตูแล้ว แต่กลัวเขาตีข้าด้วย เลย..."

เขาหยุดพูด เพราะเพิ่งเห็นหน้าผากที่แตก และเสื้อที่เปียกแข็งเป็นน้ำแข็ง

สีหน้าของเด็กหนุ่มตัวใหญ่เปลี่ยนไป จากโล่งใจเป็นโกรธ จากโกรธเป็นอะไรบางอย่างที่เหมือนจะร้องไห้

"จางหู่อีกแล้วใช่ไหม" เขาพูดเสียงเบาลง "ข้าจะไปหักแขนมัน"

เขาลุกขึ้นจริงๆ ภาคินคว้าแขนเสื้อเขาไว้ด้วยสัญชาตญาณ แรงของเขาไม่พอจะหยุดอะไรได้เลย แต่เด็กหนุ่มตัวใหญ่ก็หยุดทันที ราวกับมือเล็กๆ นั้นหนักเท่าภูเขา

"อย่า" ภาคินพูด เสียงที่ออกมาเป็นภาษาของโลกนี้ เขาเพิ่งสังเกตว่าตัวเองพูดได้คล่องเหมือนภาษาแม่ "ไปตอนนี้ เจ้าจะโดนไล่ออก แล้วข้าจะเหลือใคร"

ประโยคนั้นออกมาเอง เหมือนเคยพูดมาแล้วหลายครั้ง

เด็กหนุ่มตัวใหญ่นิ่งไปนาน แล้วค่อยๆ นั่งลง ยัดซาลาเปาใส่มือภาคิน ทั้งสองลูก เย็นชืดและแข็งเหมือนก้อนหิน

"กินก่อน" เขาพึมพำ "ข้าเก็บไว้ให้เจ้าตั้งแต่มื้อเย็น มันแข็งไปหน่อย แต่กินได้"

กินข้าวยังลูก

ภาคินมองซาลาเปาในมือ แล้วคอก็ตีบจนกลืนอะไรไม่ลง

เขาไม่ได้ร้องไห้ นักแข่งไม่ร้องไห้ต่อหน้าคนอื่น เขาแค่กัดซาลาเปาคำใหญ่ เคี้ยวช้าๆ และปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเงียบๆ ในความมืด เด็กหนุ่มตัวใหญ่เห็น แต่ไม่พูดอะไร เขาแค่นั่งอยู่ตรงนั้น บังลมที่ลอดเข้ามาจากกำแพงด้วยแผ่นหลังกว้างๆ ของตัวเอง

เด็กหนุ่มคนนั้นชื่อ เฉินต้าหนิว

ภาคินรู้เพราะอีกฝ่ายบ่นไม่หยุดตลอดตอนที่เอาสมุนไพรตำพอกแผลให้ "ต้าหนิวบอกแล้วไม่เคยฟัง" "ต้าหนิวบอกแล้วว่าอย่าเดินไปทางเนินคนเดียว" "ต้าหนิวไม่บอกอะไรแล้ว เจ็บเองนะ" เขาพูดถึงตัวเองด้วยชื่อเหมือนเด็กเล็ก ทั้งที่ตัวใหญ่กว่าคนทั่วไปเกือบเท่าตัว

ภาคินไม่เคยเห็นเขาในเกม

ไม่มี NPC ชื่อเฉินต้าหนิวในสำนักเมฆาคราม ไม่มีในเควสบันทึกเงาร้อยปี เพราะเควสนั้นเล่าแค่เรื่องของคนที่ตาย

ส่วนคนที่รอเพื่อนทั้งคืน ไม่มีใครเขียนถึง

ภาคินนอนหลับไปตอนไหนไม่รู้ ตื่นมาอีกทีเพราะเสียงฆ้องทองเหลืองที่ดังหกครั้ง ศิษย์นอกทั้งเรือนลุกพรวดเหมือนถูกไฟช็อต

"เรียกรวมเช้า!" ต้าหนิวดึงแขนเขาขึ้น แล้วค่อยๆ ปล่อยเมื่อเห็นหน้าเบ้ "ขอโทษ ลืม เจ้าเดินไหวไหม ถ้าไม่ไหวข้าแบกไป"

"ไหว"

"แต่ต้าหนิวแบกได้นะ"

"ไหว" ภาคินพูดซ้ำ แล้วก็เกือบหัวเราะออกมา เป็นครั้งแรกตั้งแต่ตาย

ลานหน้าหอบรรพบุรุษปูด้วยอิฐสีเทาที่แตกเป็นร่อง ศิษย์นอกสี่สิบกว่าคนยืนเป็นแถวหลัง ศิษย์ในไม่ถึงสิบคนยืนแถวหน้า บนบันไดหินมีชายสูงอายุคนหนึ่งยืนอ่านประกาศด้วยเสียงที่เบื่อหน่ายพอๆ กันกับคนฟัง

ต้าหนิวกระซิบบอกว่านั่นคือผู้อาวุโสหลิน ผู้ดูแลศิษย์นอก คนเดียวกับที่พี่จางพูดถึงเมื่อคืน "เจ้าสำนักป่วยมาสามเดือนแล้ว ตอนนี้ผู้อาวุโสหลินกับผู้อาวุโสซ่งดูแลทุกอย่าง" เขากระซิบ "ผู้อาวุโสซ่งใจดีมากนะ เคยให้ข้ากินข้าวสองชาม"

ภาคินพยักหน้าส่งๆ แต่ไม่ได้ฟังจริงจัง เพราะสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่คนคนหนึ่งในแถวหน้าสุดของศิษย์นอก

จางหู่

อีกฝ่ายหันมาพอดี สายตาของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ ภาคินเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายซีดลงเหมือนเห็นผี ปากขยับจะพูดอะไรบางอย่าง แล้วก็หุบปากแน่น

เขาคิดว่าหลิวเฟิงตายแล้ว

และตอนนี้เขากำลังคิดว่า ถ้าหลิวเฟิงพูดอะไรออกมาตอนนี้ เขาจะทำอย่างไร

ภาคินอ่านสีหน้านั้นออกทั้งหมด และตัดสินใจในเสี้ยววินาที

เขายิ้มให้

ไม่ใช่รอยยิ้มท้าทาย ไม่ใช่รอยยิ้มเกลียดชัง แต่เป็นรอยยิ้มเล็กๆ สุภาพๆ เหมือนทักทายคนรู้จักที่เจอกันทุกวัน แล้วหันกลับไปฟังผู้อาวุโสหลินต่อ

ในเกม คู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คนที่ตะโกนด่า แต่คือคนที่ไม่ตอบสนองอะไรเลย เพราะคนที่กำลังกลัวจะเติมช่องว่างนั้นด้วยจินตนาการที่แย่ที่สุดเสมอ

จางหู่ไม่ได้หันมาอีกเลยตลอดการเรียกรวม แต่ภาคินเห็นว่าหลังคอของเขาเปียกเหงื่อทั้งที่อากาศเย็นจนลมหายใจเป็นไอ

งานของศิษย์พิการคือกวาดหิมะ

ต้าหนิวถูกส่งไปผ่าฟืน ภาคินได้ไม้กวาดหนึ่งอันกับลานหน้าหอบรรพบุรุษทั้งลาน เขากวาดช้าๆ เพราะซี่โครงเจ็บทุกครั้งที่บิดตัว แต่ความช้าทำให้เขาได้คิด

คิดเหมือนที่เขาคิดตอนดูคลิปคู่แข่ง แยกสิ่งที่รู้ กับสิ่งที่ไม่รู้

สิ่งที่รู้ หนึ่ง นี่ไม่ใช่เกม เกมไม่มีกลิ่นอับ ไม่มีซาลาเปาแข็งที่ติดฟัน ไม่มีความเจ็บที่ไม่ถูกจำกัด และไม่มีคนอย่างต้าหนิว

สอง โลกนี้เหมือนเกมจนน่ากลัว สำนัก ชุด เส้นทาง ชื่อคน แม้แต่ป้ายที่เอียง

สาม เขาอยู่ในร่างของ NPC ที่ในเกมเป็นแค่ศพ

สิ่งที่ไม่รู้ ทำไมเขามาอยู่ที่นี่ แคปซูลสแกนอะไร ส่งอะไร และทำไมใบหน้าของราชันโลหิตในวินาทีสุดท้ายถึงเจ็บปวดเหมือนเขา

นายก็โดนด้วยเหรอ

ถ้าธามก็โดน ตอนนี้อีกฝ่ายอยู่ไหน

เขาส่ายหัว ผลักคำถามนั้นออกไป คำถามที่ตอบไม่ได้ คือคำถามที่เสียเวลา ตอนนี้เขาต้องรู้อย่างเดียว คือเขาอยู่ "ตรงไหน" ของเนื้อเรื่อง

เควสบันทึกเงาร้อยปีเล่าเรื่องเมื่อร้อยปีก่อนเนื้อเรื่องหลักของเกม ถ้าหลิวเฟิงยังมีชีวิต แปลว่าตอนนี้คือ...

ไม้กวาดหยุดอยู่กับที่

ผนังด้านนอกของหอบรรพบุรุษมีแผ่นไม้แขวนอยู่แผ่นหนึ่ง เป็นปฏิทินสำนักที่ศิษย์เวรเปลี่ยนทุกเช้า ตัวอักษรพู่กั่นเขียนด้วยหมึกดำเรียงลงมาเป็นแถว ภาคินอ่านออกทุกตัว ทั้งที่ไม่เคยเรียนภาษาจีนสักคำ

ปีที่สิบเจ็ดแห่งรัชศกเทียนเหอ เดือนสิบเอ็ด วันที่สามสิบ

เทียนเหอ

ภาคินรู้สึกเหมือนมีใครเทน้ำเย็นรดหลัง

ในเกม เนื้อเรื่องหลักเริ่มต้นในปีที่หนึ่งแห่งรัชศกฉางผิง และในหนังสือประวัติศาสตร์ที่ผู้เล่นซื้อได้จากร้านค้าในเมืองหลวง มีบรรทัดหนึ่งที่เขาจำได้เพราะต้องตอบคำถามนี้ในกิจกรรมตอบปัญหาชิงรางวัล

รัชศกเทียนเหอสิ้นสุดลงในปีที่สิบเก้า หนึ่งร้อยปีก่อนการขึ้นครองราชย์ของจักรพรรดิฉางผิง

เขาไม่ได้เกิดใหม่ในเกม

เขาเกิดใหม่ในอดีตของเกม หนึ่งร้อยปีก่อนที่ทุกอย่างที่เขารู้จะเกิดขึ้น

และในหนังสือเล่มเดียวกันนั้น หน้าถัดไปมีอีกบรรทัดหนึ่ง ที่ตอนนั้นเขาอ่านผ่านไปเฉยๆ เพราะคิดว่าเป็นแค่ฉากหลังที่ไม่มีใครสนใจ

ในปีเดียวกันนั้น สำนักเมฆาครามถูกล้างจนไม่เหลือผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว

ปีที่สิบเก้า

ภาคินมองตัวอักษรบนแผ่นไม้อีกครั้ง แล้วหันไปมองต้าหนิวที่กำลังแบกฟืนกองใหญ่เท่าตัวเดินผ่านไปพลางฮัมเพลงเพี้ยนๆ

อีกสองปี

ทุกคนที่นี่จะตาย

สารบัญ
⚑ รายงานตอนนี้

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นสิ!