ตอนที่ 1
ตอนที่ 1 แมตช์สุดท้าย
พลังชีวิตเหลือหนึ่งเปอร์เซ็นต์
ตัวเลขสีแดงกะพริบอยู่มุมซ้ายบนของสายตา ภาคินไม่ได้มองมัน เขาไม่จำเป็นต้องมอง เขารู้ตัวเลขนั้นจากความเจ็บที่แล่นไปตามแขนขวา จากเสียงหัวใจที่เต้นดังกว่าเสียงลม และจากความเงียบผิดปกติของคนดูสองล้านคนที่กำลังกลั้นหายใจพร้อมกัน
ยอดเขาหิมะพันจั้งเป็นลานประลองที่สวยที่สุดในเกม ยุทธภพนิรันดร์ หิมะโปรยลงช้าๆ ตกกระทบใบกระบี่แล้วละลายเป็นหยดน้ำ ไกลออกไปคือทะเลเมฆสีทอง ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า
และตรงหน้าเขา ห่างไปสิบห้าก้าว ชายในชุดคลุมสีเลือดนกยืนถือดาบยาวพาดบ่า
ราชันโลหิต
อันดับสองของโลก คู่ปรับตลอดสามฤดูกาล คนเดียวที่ภาคินไม่เคยอ่านออกทั้งหมด
"เหลือหนึ่งเปอร์เซ็นต์เหมือนกันนะ" เสียงของอีกฝ่ายลอยมาตามลม ฟังดูสบายๆ ราวกับนั่งคุยกันที่ร้านหมูกระทะ "จะจบยังไงดี กระบี่ไร้นาม"
ภาคินไม่ตอบ
ในหูของเขามีเสียงผู้บรรยายภาษาไทยดังแว่วมาจากช่องสัญญาณที่เปิดไว้
"...ไม่น่าเชื่อเลยครับท่านผู้ชม รอบชิงชนะเลิศโลกปีนี้ ตัวแทนประเทศไทยทั้งสองคนมาเจอกันเอง แล้วตอนนี้พลังชีวิตเท่ากันเป๊ะ ใครพลาดก่อนคนนั้นแพ้ เงินรางวัลสิบล้านดอลลาร์อยู่ที่จังหวะเดียว..."
สิบล้าน
ภาคินนึกถึงร้านข้าวแกงเล็กๆ ปากซอยบ้าน นึกถึงหลังคาสังกะสีที่รั่วทุกหน้าฝน นึกถึงมือแม่ที่หยาบกร้านเพราะล้างจานมายี่สิบปี
ก่อนเข้าแข่ง แม่ส่งไลน์มาข้อความเดียว
กินข้าวยังลูก
เขาอ่านแล้วไม่ได้ตอบ เพราะทีมงานเรียกเข้าแคปซูลพอดี คิดว่าเดี๋ยวชนะแล้วค่อยโทรไปบอกทีเดียว
อีกสามนาทีเท่านั้น
แคปซูลเกมรุ่น เนอร์วาลิงก์ X9 เป็นเครื่องที่ดีที่สุดในตลาด มันอ่านคลื่นสมองได้ละเอียดจนผู้เล่นรู้สึกถึงความเย็นของหิมะ ความหนักของกระบี่ และความเจ็บของบาดแผล ต่างจากโลกจริงแค่ข้อเดียว
ในเกม ตายแล้วเกิดใหม่ได้
ตัวอักษรสีเหลืองเลื่อนผ่านมุมสายตาของภาคิน
[คำเตือน: อุณหภูมิอุปกรณ์ 47°C]
เขาปัดทิ้งด้วยความคิด มันขึ้นมาตั้งแต่ยกที่สองแล้ว ห้องแข่งร้อนเพราะคนดูเยอะ ช่างเทคนิคบอกว่าไม่มีปัญหา ขีดอันตรายอยู่ที่ห้าสิบห้า
โฟกัส
ภาคินหายใจเข้าช้าๆ แล้วเริ่มทำสิ่งที่ทำให้เขาเป็นอันดับหนึ่งของโลก
เขาอ่าน
ไม่ใช่อ่านตัวหนังสือ แต่อ่านคน ราชันโลหิตถือดาบพาดบ่าขวา น้ำหนักลงขาซ้ายมากกว่านิดหนึ่ง นิ้วก้อยกระดิกสองครั้งในสิบวินาทีที่ผ่านมา นั่นคือนิสัยตอนที่อีกฝ่ายกำลังคิดจะเปลี่ยนแผน
ในเกมนี้ ทุกท่ามีจังหวะเริ่ม จังหวะออกแรง และจังหวะค้าง คนทั่วไปเห็นแค่ท่าที่ออกมาแล้ว แต่ภาคินเห็นตั้งแต่ไหล่ขยับ เห็นตั้งแต่ปลายเท้าหมุนเพียงครึ่งองศา
เหลือหนึ่งเปอร์เซ็นต์ โดนอะไรก็ตาย
ดังนั้นคนที่เคลื่อนก่อน คือคนที่เปิดช่อง
ทั้งสองยืนนิ่ง หิมะตกลงบนไหล่ ห้าวินาที สิบวินาที
"...ไม่มีใครขยับเลยครับ นี่คือสงครามประสาท..."
แล้วราชันโลหิตก็ยิ้ม
"เบื่อแล้ว" อีกฝ่ายพูด "เอาแบบนี้ละกัน"
เขาพุ่งเข้ามา
ไม่ใช่การพุ่งธรรมดา ดาบยาวในมือราชันโลหิตกวาดเป็นวงกว้าง ประกายแดงฉานแตกออกเป็นสามสาย ภาคินรู้จักท่านี้ โลหิตสามสายธาร ท่าที่สองของวิชาดาบนิกายมาร มีช่องว่างหลังการฟันสายที่สาม 0.4 วินาที
ภาคินก้าวเฉียงไปทางซ้ายหนึ่งก้าว หลบสายแรงได้เส้นยาแดงผ่าแปด สายที่สองเฉียดแก้ม เขารู้สึกถึงลมคมกริบตัดปอยผมขาด สายที่สาม...
สายที่สามไม่มา
ราชันโลหิตตัดท่ากลางคัน
ก่อนที่สมองของภาคินจะประมวลผลทัน อีกฝ่ายก็ถอยหลังหนึ่งก้าวด้วยเท้าขวา หมุนตัวบนส้นเท้าซ้าย แล้วดาบยาวก็ย้อนกลับมาจากมุมที่ไม่ควรมีดาบ
ท่าเท้าถอยหลังแล้วฟันย้อน
ภาคินไม่เคยเห็นท่านี้ในคลิปไหนมาก่อน ไม่มีในคัมภีร์ของเกม ไม่มีในวิดีโอของผู้เล่นคนไหน อีกฝ่ายเก็บมันไว้เพื่อวันนี้
ร่างกายของเขาตอบสนองก่อนความคิด เขาเอียงตัวไปด้านหลังจนเกือบขนานกับพื้น ดาบยาวสีเลือดเฉียดผ่านเหนือจมูกห่างไม่ถึงหนึ่งนิ้ว
เสียงคนดูระเบิดขึ้นในหู
"หลบได้! หลบได้ครับท่านผู้ชม! กระบี่ไร้นามหลบได้!"
[คำเตือน: อุณหภูมิอุปกรณ์ 52°C]
ภาคินกัดฟัน ความร้อนเริ่มรู้สึกได้จริงที่ท้ายทอย เหมือนมีใครเอาผ้าชุบน้ำร้อนมาวางไว้ ไม่ใช่ความรู้สึกในเกม นี่คือร่างกายจริงของเขาในแคปซูล
แต่อีกฝ่ายเพิ่งใช้ท่าใหม่จบ
และท่าใหม่ทุกท่าในโลก มีช่องว่างที่เจ้าของท่ายังไม่รู้ตัว
ภาคินเห็นมัน ราชันโลหิตหมุนตัวเร็วเกินไป น้ำหนักทั้งหมดไปอยู่ที่ขาซ้ายข้างเดียว เป็นเวลาสั้นมาก สั้นจนแทบไม่มีอยู่จริง
สามส่วนสิบวินาที
พอแล้ว
เขาดีดตัวขึ้นจากท่าเอนหลัง กระบี่ในมือขวาพลิกกลับด้าน นิ้วโป้งกดสันกระบี่ ลมปราณในร่างตัวละครไหลจากตันเถียนขึ้นแขนตามเส้นทางที่เขาซ้อมมาแล้วหนึ่งหมื่นครั้ง
ท่าสุดท้ายของวิชากระบี่ไร้นาม ท่าที่เขาสร้างเองจากการต่อท่าของสามสำนักเข้าด้วยกัน
กระบี่ขาดตอน
[คำเตือน: อุณหภูมิอุปกรณ์ 58°C ปิดระบบฉุกเฉินภายใน 10 วินาที]
เดี๋ยว
เขาต้องการแค่สองวินาที
[การปิดระบบฉุกเฉินล้มเหลว]
ตัวอักษรเปลี่ยนเป็นสีขาว แปลกตา เป็นฟอนต์ที่เขาไม่เคยเห็นในเกมนี้มาก่อน
[สแกนวิญญาณ 97%... 98%... 99%...]
สแกนอะไรนะ
ความร้อนพุ่งขึ้นมาจากท้ายทอยอย่างรุนแรง ไม่ใช่ผ้าชุบน้ำร้อนอีกแล้ว มันคือเหล็กเผาไฟที่ทิ่มลึกเข้าไปในกะโหลก ภาคินอยากกรีดร้องแต่ปากในเกมไม่ขยับ ปากในโลกจริงก็ไม่ขยับ
กระบี่ของเขายังพุ่งไปข้างหน้า ช้าลง ช้าลงเหมือนภาพที่ถูกกดหยุด
เขาเห็นราชันโลหิตเบิกตากว้าง ไม่ใช่เพราะกลัวกระบี่ แต่เหมือนอีกฝ่ายก็กำลังเจ็บเหมือนกัน มือที่ถือดาบสั่น ปากขยับเป็นคำพูดที่ไม่มีเสียง
นายก็โดนด้วยเหรอ
[สแกนวิญญาณเสร็จสิ้น 100%]
[เริ่มการส่ง]
เสียงทุกอย่างหายไป เสียงคนดู เสียงผู้บรรยาย เสียงลมบนยอดเขา
เหลือเพียงเสียงเดียว เสียงที่มาจากโลกจริง ทะลุผ่านผนังแคปซูลเข้ามา เสียงที่เขาไม่ควรได้ยินเพราะแม่ไม่ได้มาสนามแข่ง แม่บอกว่าดูทางโทรศัพท์ที่ร้านก็ได้
แต่มันคือเสียงเคาะ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"คิน" เสียงแม่ แผ่ว สั่น เหมือนอยู่ไกลมาก "คินลูก ได้ยินแม่ไหม"
ภาคินพยายามขยับมือ พยายามดึงสายรัด พยายามพูดคำว่า แม่ แต่ร่างกายไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว
สิ่งสุดท้ายที่เขาคิดได้ คือข้อความไลน์ที่ยังไม่ได้ตอบ
กินข้าวยังลูก
ยังเลยแม่
แล้วทุกอย่างก็มืดลง
บนจอยักษ์ในสนามแข่งที่กรุงโซล ภาพนิ่งค้างอยู่ที่วินาทีเดียว กระบี่ของนักกีฬาไทยคนหนึ่งหยุดห่างจากคอคู่แข่งเพียงคืบเดียว
ใต้ภาพ มีตัวอักษรสีขาวบรรทัดหนึ่งที่ไม่มีช่างเทคนิคคนไหนอธิบายได้
ผู้เล่น "กระบี่ไร้นาม" ได้ออกจากระบบแล้ว
ผู้เล่น "ราชันโลหิต" ได้ออกจากระบบแล้ว
และในวินาทีนั้น ไกลออกไปในที่ที่ไม่มีแผนที่ใดบันทึกไว้ หิมะของจริงกำลังตกลงบนใบหน้าของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งหยุดหายใจ
ก่อนที่หน้าอกของเขาจะกระเพื่อมขึ้นอีกครั้ง
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นสิ!